จะไปรู้อะไรเรื่องการจัดการ!”
ทว่า ภาพที่เขาคาดหวังว่าจะเกิดการร่วมมือต่อต้านกลับไม่ปรากฏขึ้น
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แล้วก้มหน้าลง
สายตาของผู้จัดการฝ่ายขายก็เลื่อนลอย ทำทีเป็นมองโคมไฟบนเพดานโรงผลิต
ทุกคนกลายเป็นใบ้ไปหมด
ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัดนี้เอง ร่างที่ค่อนข้างผอมบางร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากกลุ่มผู้บริหาร
เป็นชายวัยประมาณห้าสิบปี สวมแว่นกรอบดำหนาเตอะ ผมเริ่มมีสีเทาแซม บนตัวยังสวมชุดทำงานสีน้ำเงินที่ซักจนซีด ไม่เข้ากับเหล่าผู้บริหารที่สวมสูทหรูหรารอบข้างเลยแม้แต่น้อย
เขาชื่อเฉินจิ้งซง เป็นหัวหน้าวิศวกรของบริษัท เป็นคนบ้าเทคโนโลยีตัวยง
“ท่านประธานหลิน”
เฉินจิ้งซงขยับแว่น เสียงของเขาแหบเล็กน้อย แต่หนักแน่นมาก
“ผมขอถามคำถามหนึ่งได้ไหมครับ?”
ในที่สุดสายตาของหลินโม่ก็ละจากนาฬิกาข้อมือ มาหยุดอยู่ที่ชายคนนี้
“ว่ามา”
“ท่านซื้อหย่วนซิง เป็นเพราะเห็นผลงานการวิจัยของทีมเราในด้านแบตเตอรี่กราฟีนใช่ไหมครับ?”
ในน้ำเสียงของเฉินจิ้งซง แฝงไปด้วยความดื้อรั้นและความคาดหวังสุดท้ายของคนทำเทคโนโลยี
“ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ แต่ในด้านสัดส่วนวัสดุและการออกแบบโครงสร้าง เราได้มีความก้าวหน้าครั้งสำคัญแล้ว แค่ให้เวลาและเงินทุนกับเราอีกหน่อย…”
“แบตเตอรี่กราฟีน?”
หลินโม่พูดขัดเขา แล้วเปิดแฟ้มเอกสารในมือไปอีกหน้าหนึ่ง
“บริษัท หย่วนซิง เทคโนโลยี ฝ่ายวิจัยแล