ี่ยนแปลงนี้ อากาศข้างหลังเขาราวกับกลายเป็นเหนียวหนืดและอันตราย
เขายังถึงกับสัมผัสได้ว่า เสียงหายใจของลูกน้องตัวเอง ก็หนักหน่วงและไม่มั่นคงขึ้น
“แม่มเอ๊ย! พวกมึงมองอะไร!”
หัวล้านตะคอกใส่ลูกน้องตัวเองอย่างข่มขู่ “พวกมึงคิดจะกบฏกันหมดแล้วรึไง? กูคือรองหัวหน้าที่สามของขวานศึก!”
เสียงคำรามดังก้องไปทั่วลานกว้าง แต่กลับฟังดูว่างเปล่าและไร้พลัง
“คุณเจ้าของร้าน”
ผู้หญิงสวมเสื้อกาวน์สีขาวของฟางโจวเอ่ยปากขึ้นมาทันที เสียงของเธอเย็นชาจนเกือบจะโหดร้าย “ค่าหัวนี้ พวกเราฟางโจวรับแล้ว”
ชายร่างผอมอีกฝั่งก็แสดงท่าทีทันที
“พวกเรา ‘รังผึ้ง’ ก็รับเหมือนกัน”
ร่างกายของชายฉกรรจ์หัวล้านสั่นอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความหวาดกลัว
เขาหันขวับไป จ้องเขม็งไปที่กลุ่มลูกน้องของตัวเอง
“พวกแกละ? พวกแกก็จะทรยศกูด้วย?”
สมาชิกของขวานศึกมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าสบตาเขา ต่างพากันก้มหน้าลง
ความจงรักภักดี?
ในวันสิ้นโลก ความจงรักภักดีเป็นของที่ไร้ค่าที่สุด
โดยเฉพาะต่อหน้าเนื้อกระป๋องหนึ่งร้อยลัง
“ดี, ดี, ดี!”
ชายฉกรรจ์หัวล้านหัวเราะอย่างน่าเวทนา กล้ามเนื้อบนใบหน้าบิดเบี้ยวเข้าด้วยกัน “พวกแกทุกคนอยากจะฆ่ากูแลกกระป๋อง! มาสิ! มาดูกันว่าใครจะตายก่อน!”
เขายกปืนขึ้นทันที เตรียมจะสู้ตาย
ทว่า เขาไม่มีโอกาสแล้ว
ฉึ่ก
เสียงของมีคมแทงเข้าเนื้อเบาๆ
การกระทำของชายฉกรรจ์หัวล้านหยุดลง
เขาก้มลงมองอย่างไม่น่าเชื่อ เห็นปลายมี