บทที่ 17 – สามแสน
รอยยิ้มแบบมืออาชีพบนใบหน้าของบริกรแทบจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
เขาทำงานที่นี่มาสามปี เจอแขกที่หาเรื่องก็เคยเจอ เศรษฐีที่อวดรวยก็เคยเห็น แต่ไม่เคยเจอสถานการณ์ที่ประหลาดขนาดนี้มาก่อน
ชายหนุ่มที่แต่งตัวธรรมดาคนหนึ่ง ถูกเศรษฐีรุ่นสองที่แต่งตัวด้วยแบรนด์เนมทั้งตัวชี้หน้าด่า แต่กลับไม่แม้แต่จะขยับคิ้ว กลับกันยังบอกให้เขาไปจัดอาหารมาอย่างใจเย็น
หวังฮ่าวรู้สึกเหมือนตัวเองต่อยไปบนปุยฝ้าย แถมยังเป็นปุยฝ้ายที่เปียกชุ่ม ไม่มีเสียงสะท้อนกลับมาแม้แต่น้อย
ความรู้สึกที่ถูกเมินอย่างสิ้นเชิงนี้ ทำให้เขาทรมานยิ่งกว่าถูกด่ากลับมาเป็นหมื่นเท่า
“แกหูหนวกรึไงวะ?” ใบหน้าของหวังฮ่าวกลายเป็นสีตับหมู เสียงก็สูงขึ้นแปดระดับ “กูพูดกับมึงอยู่!”
จางเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ เขา สีหน้าก็เริ่มซับซ้อนขึ้นมา
หลินโม่ในความทรงจำของเธอ เวลาเจอแรงกดดัน มักจะเผลอขมวดคิ้ว เม้มปากแน่น เผยให้เห็นความตึงเครียดและความอึดอัด
แต่คนตรงหน้านี้ ช่างแปลกหน้าเหลือเกิน
ความสงบนิ่งของเขา ไม่เหมือนกับการฝืนทน แต่เป็นความเฉยเมยจากก้นบึ้งของหัวใจ ราวกับว่าทุกสิ่งตรงหน้า เป็นเพียงเสียงรบกวนรอบข้างที่ไม่สำคัญ
“คุณผู้ชายครับ กรุณาใจเย็นๆ อย่ารบกวนแขกท่านอื่นครับ” ในที่สุดผู้จัดการร้านก็ได้ยินข่าวรีบวิ่งมา
เขาเป็นชายวัยห้าสิบเศษ ผมหวีเรียบกริบ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ไร้ที่ติ
หวังฮ่าวเห็นผู้จัดการ ยิ่งได้ใจ
“ผู้จัดการโจว มาได้จังหวะพ