หลินโม่มองความตกตะลึงที่ไม่ปิดบังบนใบหน้าของเธอ ในใจก็สงบลง
เซฟเฮาส์แห่งนี้ ไร้เทียมทานยิ่งกว่าที่เขาคิด
“ตอนนี้ เรามาคุยเรื่องธุรกิจกันได้รึยัง?”
หลินโม่เป็นฝ่ายเปิดประเด็น ดึงหัวข้อกลับเข้าสู่เรื่องหลัก
เขามาที่นี่เพื่อหาเงิน ไม่ได้มาเพื่อต่อยตี
เย่อิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ส่วนโค้งที่น่าใจหายตรงหน้าอกก็กระเพื่อมขึ้นลงตามไปด้วย เธอฝืนกดความวุ่นวายในใจลง กลับมาเผยรอยยิ้มอีกครั้ง เพียงแต่ในรอยยิ้มนี้มีความจริงจังและการหยั่งเชิงเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
“ได้ค่ะ คุณเจ้าของร้านหลิน” เธอเปลี่ยนคำเรียก น้ำเสียงก็สุภาพขึ้นไม่น้อย “คุณตั้งราคามาเลย ชามนี้ขายยังไง?”
“ทองคำหนึ่งร้อยกรัม”
หลินโม่เอ่ยตัวเลขออกมา
“หนึ่งร้อยกรัม?” เสียงของเย่อิงสูงขึ้นทันที ราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ “ทำไมคุณไม่ไปปล้นเลยล่ะ?”
คิ้วเรียวดั่งใบหลิวของเย่อิงขมวดมุ่นทันที ความโกรธที่เพิ่งสงบลงไปมีทีท่าว่าจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ราคานี้มันบ้าไปแล้ว!
ถึงตอนนี้ทองคำจะไม่มีค่าเหมือนเศษเหล็ก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมให้ใครมาขูดรีดได้!
“คุณจะไม่ซื้อก็ได้” หลินโม่ทำหน้าไม่ยี่หระ