“เหตุใดแพร่กระจายมาถึงพวกเรารวดเร็วเช่นนี้?”
“ไม่ควรเร็วถึงเพียงนี้สิ แต่หากมีคนเผ่ามารเข้ามาแทรก นั่นก็เป็นอีกเรื่อง” ฉินม่านอวิ๋นกังวล พูดต่อ “ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการหาท่านอาจารย์ให้พบโดยเร็ว ให้เขาตัดสินใจว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร”
“หาอาจารย์ของเจ้า?” สีหน้าโจวต้าเฉิงแปลกไป พูดอึกๆ อักๆ
หางตาฉินม่านอวิ๋นกระตุก “เกิดอะไรขึ้น?”
อาจารย์ของเจ้าเล่นลูกไม้อะไรอีก?
โจวต้าเฉิงน้ำเสียงไม่แน่ใจ “ท่านเจ้าสำนัก…เกรงว่าคงไม่มีกำลังจะจัดการกับเรื่องนี้ชั่วขณะ…”
ฉินม่านอวิ๋นตกใจ เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีในใจ น้ำเสียงเป็นกังวล “เกิดเรื่องกับอาจารย์หรือ เขาอยู่ที่ไหน?”
โจวต้าเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงซับซ้อน “ห้องโถงบรรพบุรุษ”
ฉินม่านอวิ๋นไม่รอช้า รีบเปลี่ยนร่างเป็นลำแสงพุ่งไป ไม่ช้าก็มาถึงห้องโถงบรรพบุรุษของอารามเต๋าหลินเซียน
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงเหยาเมิ่งจี แต่ผู้อาวุโสอีกสามคนของอารามเต๋าหลินเซียนก็อยู่ที่นี่ด้วย
ทว่าเวลานี้เหยาเมิ่งจีอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ผมเผ้าใบหน้ากระเซอะกระเซิง หน้าซีดขาว ดวงตาลึกโบ๋ ดูผ่ายผอมลงไปมาก เวลาเพียงไม่กี่วัน ชายชราผู้งามสง่าดั่งเซียนกลับกลายเป็นชายชราที่มีภาวะไตอ่อนแออย่างรุนแรง