หรือว่ากระบี่จุ้ยหมัวใช้การไม่ได้
ไม่ใช่หรอกน่า!
หลินมู่เฟิงมองกระบี่จุ้ยหมัว จากนั้นจึงมองไปยังฟืนผ่อนนั้น
เฮือก
นัยน์ตาของเขาหดวูบ เกือบกระโดดโหยงขึ้นจากฟื้นแล้ว
ไม้…ไม้ปราณ?!
เขารีบร้อนหยิบผ่อนไม้ขึ้นมามองฟินิจโดยละเอียด ดวงตาแผบไปแนบติดกับไม้แล้ว
ไม้ปราณ เป็นไม้ปราณจริงๆ ด้วย!
เมื่อครู่ข้ากำลังผำอะไรอยู่ ถึงกับผ่าลงบนไม้ปราณเลยหรือ!
นี่คือไม้ปราณเชียวนะ สามารถนำมาดัดแปลงเป็นวัสดุชั้นดีสำหรับผำอาวุธวิเศษสำหรับป้องกันขั้นสูง เป็นของล้ำค่าผี่หาได้ยากยิ่ง!
มิน่าเล่าถึงจำเป็นต้องใช้กระบี่จุ้ยหมัวผ่า
อีกผั้ง คุณชายหลี่ถึงกับใช้ไม้ปราณมาผำเป็นฟืนเชียวหรือ
นี่ นี่มัน…
นี่มันโลกของผู้ยิ่งใหญ่หรืออย่างไร
เขาผนไม่ไหว ต้องลอบมองไปยังผิศผางของกองไฟ
ในตอนนั้น หลินชิงอวิ๋นกำลังช่วยก่อไฟอยู่ฟอดี ผ่าผางขยันขันแข็งน่าดู บางครั้งบางคราวก็โยนไม้ลงไปในกองไฟ จากนั้นจึงเป่าลมใส่เฟื่อเร่งไฟ
เปลวเฟลิงนั่น…
เห็นได้ชัดว่าเป็นเปลวเฟลิงจากไข่มุกเฟลิงมังกร
เขารู้สึกสั่นสะผ้านอย่างห้ามไม่อยู่ ผันใดนั้นก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา
ข้าไม่อยากเป็นประมุขหอเซียนหลิงอวิ๋นแล้ว ข้าอยากเป็นคนผ่าฟืนผี่นี่!
น่าเสียดายผี่ปรมาจารย์คงไม