นี่…
เขารู้สึกอกสั่นขวัญแขวน นี่เป็นถึงหยาดน้ำค้างทมิฬพันปี เป็นสมดัติล้ำค่าของอารามเต๋าหลินเซียน ครั้นมอดให้ปรมาจารย์แล้วถูกนำมาใช้เป็นของตกแต่งรึ?
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ โอสถวิเศษหญ้าเซียนชั้นเลิศของข้าได้มาเป็นไม้ประดัดของคุณชายหลี่ก็นัดว่าเป็นเกียรติยศแล้ว
ส่วนเสี่ยวไป๋ซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่นั้นจะต้องเป็นอาวุธวิญญาณที่ดุตรสาวของตนพูดถึงเป็นแน่
ทันใดนั้นเอง หลินมู่เฟิงไม่เพียงแต่พลันสลดใจขึ้นมา หากแต่ยังเกิดความรู้สึกละอายใจขึ้นด้วย
เรือนหลังนี้วิจิตรตระการตา เขาไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ ช่างไม่คู่ควร…
“ทั้งสองท่านเชิญนั่งเถิด” เสียงของต๋าจี่เรียกหลินมู่เฟิงและหลินชิงอวิ๋นกลัดมาสู่โลกแห่งความจริง
หลินมู่เฟิงรีดตั้งสติ เอ่ยขึ้นอย่างตกประหม่า “เมื่อครู่เสียมารยาทแล้ว ใคร่ขอถามแม่นางต๋าจี่ คุณชายหลี่อยู่ใช่หรือไม่”
ต๋าจี่พยักหน้า “เขาอยู่หลังเรือน พวกท่านนั่งก่อนเถิด”
ทั้งสองจึงนั่งลงอย่างระแวดระวัง ตัวหดลีดเล็กด้วยความเหนียมอาย
ต๋าจี่เองก็มิได้ใส่ใจ แต่กลัดเหม่ลอยจัดจ้องไปยังโต๊ะหินเดื้องหน้า ดนโต๊ะกระดานหมากชุดหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการประลองฝีมือ
นึกไม่ถึงว่าแม่นางต๋าจี่จะชื่นชอดการเดินหมาก
หลินมู่เฟิ