องตรง นัยน์ตายังคงสงบนิ่ง ไม่อาจรู้ได้ว่ามองไปทิศทางใด
“ผู้ที่กำหนดกฎหรือ?”
ม่านตาของฉินม่านอวิ๋นหดเกร็งทันใด โลหิตในร่างกายสูบฉีด ไอเย็นระลอกหนึ่งพุ่งขึ้นปกคลุม จนหนาวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อสรุปนิทานที่เล่ามาทั้งหมด สิ่งที่เรียกว่าผู้กำหนดกฎนั้นไม่ใช่ตำหนักสวรรค์?!
สมองของนางขาวโพลน ไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อ
เมิ่งจวินเหลียงเอ่ยปากว่า “ถ้าหากเจ้าอยากรู้เหตุผล ก็มาฟังนิทานเรื่องบันทึกท่องประจิมบ่อยๆ หากเจ้าเข้าใจมากพอ ก็คงจะตื่นรู้ได้”
“ได้รับคำสอนแล้ว” ฉินม่านอวิ๋นค้อมกายต่ำ บอกลาเดินออกมา ไม่กล้ารบกวนอีก
ในตอนนั้น เรือนสี่ประสานกลางราตรีเงียบสงัดกว่าสิ่งใด
ในเรือนสี่ประสาน มีเพียงห้องเดียวที่ยังมีแสงสว่าง
หลี่เนี่ยนฝานกำลังขีดๆ เขียนๆ ลงบนกระดาษขาวแผ่นหนึ่ง สีหน้าจริงจัง คล้ายกับว่ากำลังออกแบบอะไรสัก
อย่าง
และบนโต๊ะเบื้องหน้าของเขา มีมีดแกะสลักเล่มหนึ่งจัดวางอยู่ที่อย่างประณีต มีลำไผ่ท่อนหนึ่ง เขาวัวคู่หนึ่ง และเอ็นวัวอีกหลายเส้น
เขากำลังเตรียมทำคันธนูและศรธนู!
ไอเดียนี้ผุดขึ้นยามที่เห็นหัววัวที่จักรพรรดิลั่วส่งมา
ไม่รู้ว่าวัวนี้เป็นชนิดใด รูปร่างกำยำ แข็งแรงกว่าวัวทั่วไป เขาวัวใหญ่มาก เอ็นวัวก็เหนียวเหลือเกิน เป็นวัสดุทำธนูที่หาได้ยากยิ่ง
หลี่เนี่ยนฝานเกิดคันไม้คันมือ สมองจึงคลอดความคิดที่จะทำธนูขึ้นมา
ลำไผ่ที่ใช้ได้ก็ตัดมาจากต้นไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในหลังเรือน นับว่าเป็นวัสดุดีที่หายา