ากแจ้งความปรารถนา
คนเขาอุตส่าห์กระตือรือร้นกันขนาดนี้ แถมยังให้โอสถวิเศษล้ำค่ามา หลี่เนี่ยนฝานย่อมต้องตอบแทน
แต่ทว่า รอไปพักหนึ่ง พวกไป๋อู๋เฉินก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากร้องขอสิ่งใด
ออกจะกระอักกระอ่วนแล้วละ
จะให้เอ่ยปากเองว่าจะมอบภาพเขียนแก่พวกเขาก็ดูแปลกไปสักหน่อย ต้องหลงตัวเองขนาดไหนถึงจะออกตัวบอกให้คนอื่นเก็บภาพเขียนของตนเอง
จะให้พวกเขารั้งอยู่รอกินข้าวตอนนี้ก็ไม่เหมาะเท่าไหร่นัก เพิ่งจะช่วงบ่าย อีกนานกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น
จะให้ตนบอกให้พวกกลับไปก็ยิ่งไม่เหมาะเข้าไปใหญ่
ใครเล่าจะรู้ว่าทั้งห้าคนกระสับกระส่ายยิ่งกว่า แทบจะนั่งไม่ติดแล้ว
ปรมาจารย์จ้องพวกเขาเช่นนี้ทำไม
หรือว่าตนไปทำอะไรยั่วโทสะคุณชายหลี่เข้าแล้ว
ฮือๆๆ ทำอย่างไรดี กดดันเหลือเกิน กลัวจนฉี่จะราดแล้วเนี่ย
สายตาของคุณชายหลี่จ้องอยู่เช่นนี้ พวกเขาสัมผัสได้ว่าตนไม่อาจเก็บความลับได้อีก ถึงกับเกิดภาพหลอนว่าคุณชายหลี่มีวิชาอ่านใจ
สรุปก็คือน่าสะพรึงกลัวจริงๆ
ในระยะเวลาอันสั้น แผ่นหลังของพวกเขาก็ผุดเม็ดเหงื่อจนเปียกชุ่ม
“จริงสิ ต้นชาหลังเรือนกำลังโตได้ที่ ข้าจะให้พวกท่านสักหน่อยแล้วกัน” คนเหล่านี้ไม่เอ่ยปากขอภาพเขียนหรือตัวอักษร หลี่