ว” ต๋าจี่ตอบเสียงนุ่ม
“เช่นนั้นก็ดี” หลี่เนี่ยนฝานถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูแล้วการรักษาของตนได้ผล
จากนั้น เขาก็มองไปยังพวกไป๋อู๋เฉิน เอ่ยถามว่า “พวกท่านเห็นอาการบาดเจ็บแล้ว ไม่รู้ว่าพวกท่านมีวิธีรักษาหรือไม่”
“คุณชายหลี่ นี่เป็นเรื่องยากสำหรับพวกข้าจริงๆ” ไป๋อู๋เฉินยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า
นี่คงเป็นบาดแผลที่สวรรค์หลงเหลือไว้ พวกเขาล้วนแต่ไม่กล้าคิด
“คิดแล้วพวกท่านไม่น่าจะมีวิธี” หลี่เนี่ยนฝานถอนหายใจแผ่วเบา ไม่ได้คาดหวังสูงแต่อย่างใด
แม้ว่าไป๋อู๋เฉินจะเป็นผู้บำเพ็ญเซียน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าวิชาแพทย์จะสูงส่ง ต๋าจี่ไม่ได้บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่อาจรักษาส่งเดช
หลี่เนี่ยนฝานขมวดคิ้วน้อยๆ “หากลำพังข้าแค่คนเดียว ย่อมต้องลงแรงสักหน่อย”
ลงแรงแค่หน่อยเดียวเองหรือ
ไป๋อู๋เฉินและคนอื่นรู้สึกชาไปทั้งตัว
นี่เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่สุดที่อัสนีบาตสวรรค์ทิ้งไว้ รักษาได้ก็ดีถมเถแล้ว ไฉนท่านจึงพูดเหมือนเป็นแค่แผลเล็กน้อยกัน
สมองของหลินชิงอวิ๋นแล่นปราด ได้โอกาสในทันใด จึงรีบพูดขึ้น “คุณชายหลี่ หอเซียนหลิงอวิ๋นของพวกข้ามีโอสถวิเศษหลายชนิด อาจช่วยรักษาอาการบาดจ็บของแม่นางต๋าจี่ได้”
หลี่เนี่ยนฝานใจกระตุกวูบ
ใช่แล้ว