กลุ่มคนที่มาก็คือคนของสี่สำนักใหญ่นั่นเอง
ทว่าบรรยากาศระหว่างสำนักในครั้งนี้ดูแปลกประหลาดพิกล
คาดว่าเป็นผลพวงมาจากงานประลองยุทธ์ก่อนหน้านี้
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น อวี้เซียนมองดูเหล่าสัตว์อสูรที่บ้าคลั่งไปทั่วบริเวณด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ไม่มีใครตอบคำถามของนาง เพราะ ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริง
ท่านผู้อาวุโสอวี้ พวกท่านก็มาด้วยหรือขอรับ ทันใดนั้น เงาร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งก็มายืนอยู่ข้างกายอวี้เซียน
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ อวี้เซียนก็ชะงักไปเล็กน้อย
อ้าว เจ้าเองหรอกรึ แล้วท่านผู้อาวุโสเย่ไปไหนเสียล่ะ อวี้เซียนถามกู้เฉินด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์ไม่ได้อยู่ที่สำนักหรอกหรือขอรับ กู้เฉินงุนงง
หลายวันมานี้เขาออกตระเวนฝึกฝนวิชา พอได้ข่าวความผิดปกติที่เทือกเขาหมื่นอสูร จึงรีบเดินทางมาดู
ท่านผู้อาวุโสเย่ไม่ได้อยู่ที่สำนัก ตอนที่ข้าออกมา ข้าไปหาท่านแล้ว แต่ไม่พบ อวี้เซียนนึกว่ากู้เฉินจะรู้เสียอีก
ตอนที่ได้รับข่าวเรื่องสัตว์อสูรจลาจล นางและอวี้เซียวจื่อรีบไปหาเย่หนานเป็นคนแรก
แต่ไม่พบตัว
ดังนั้น อวี้เซียนจึงจำต้องนำทัพออกมาด้วยตนเอง
ส่วนอวี้เซียวจื่อต้องอยู่เฝ้าสำนัก
ถ้าเช่นนั้นข้า