์หนุ่มสาวของชิงซานเหล่านี้เลย กระทั่งจิ๋งจิ่วก็ยังแสดงความเคารพอย่างมากต่อนักพรตถาน
เขาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ไม้ไผ่ล่วงหน้า
นักพรตถานเอาจดหมายของฉานจึส่งให้จิ๋งจิ่ว จากนั้นกล่าวเปิดประเด็นตรงๆ ว่า “ข้ามาขอแต่งงาน”
เห็นได้ชัดว่าเขาอยากจะแสดงออกให้อ่อนโยนหน่อย เพื่อให้ดูเหมือนบิดาที่อยากจะให้ลูกสาวมีความสุข แต่ด้วยนิสัยที่เฉยชาไม่ค่อยพูดจาจึงทำให้เขายิ้มไม่ออก สีหน้าจึงดูค่อนข้างประหลาด
สีหน้าของจัวหรูซุ่ย กู้ชิงและหยวนฉวี่ยิ่งดูแปลกประหลาด คล้ายเพิ่งกลืนกระบี่เข้าไปสามพันเล่มไป จากนั้นพวกเขาก็มองไปทางเจ้าล่าเยวี่ยทันที
การตอบสนองของเจ้าล่าเยวี่ยเหนือไปจากที่ทุกคนคาดคิดเอาไว้ นางถามตรงๆ ว่า “เงื่อนไขอะไร?”
นักพรตถานมองนางอย่างชื่นชม พลางกล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “หากท่านไป ข้าจะยกเจ่าเอ๋อร์ให้ท่าน แล้วก็จะยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้ท่านด้วย “
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิด ก่อนกล่าวกับจิ๋งจิ่วว่า “ข้าคิดว่าไม่เลว”
นักพรตถานจะให้จิ๋งจิ่วไปเป็นเจ้าสำนักจงโจวที่เขาอวิ๋นเมิ่งหรือนี่?
นี่มันใช่การขอแต่งงานที่ไหนกัน นี่กำลังมาแย่งคนจากชิงซานชัดๆ ยิ่งไปกว่านั้นเงื่อนไขนี้…ในประวัติศาสตร์ของโลกบำเพ็ญพรตจะต้องไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่น