วันเวลาค่อยๆ เข้าสู่ช่วงปลายฤดูหนาว ไอหมอกค่อยๆ จับตัวหนา บางครั้งมีหิมะตกลงมา ผู้คนมาเยือนไม่ขาดสาย
ผู้บำเพ็ญพรตที่เดินทางมายังเมืองอวิ๋นจี๋มีจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาบ้างก็คุกเข่าอยู่ด้านนอกหมอก โขกศีรษะไม่หยุด ด้วยคิดอยากจะกราบนักพรตจิ๋งหยางเป็นอาจารย์ บางคนก็ยืนอยู่ห่างออกไป ทอดตามองมายังหมอกแห่งนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย บางครั้งภายใต้ดวงตาก็มีแววตาที่ละโมบโลภมากปรากฏขึ้นมา บางคนก็วิ่งเข้าไปในหมอกแห่งนั้น แหกปากร้องไห้ตะโกนว่าจะกำจัดปีศาจกระบี่ตัวนั้น ล้างแค้นให้แก่นักพรตจิ่งหยาง แต่กลับไม่มีใครที่จะกล้าวิ่งเข้าไปในเรือนแห่งนั้นจริงๆ ฉากละครที่บ้างก็ดูเหลวไหล บ้างก็ดูน่าขันปรากฏขึ้นด้านนอกเมืองอวิ๋นจี่ไม่หยุดหย่อน แต่ละวันล้วนแต่ไม่ซ้ำกัน
ทว่าสำนักชิงซานเคล้ายว่าไม่รู้เรื่อง หรือว่าไม่ได้สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองอวิ๋นจี่เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้นก็มั่นใจในท่าทีของสำนักชิงซาน จึงมิได้รู้สึกวิตกกังวลอีก พวกเขาเดินกันอย่างสบายอยู่ภายในเมืองอวิ๋นจี๋ ดูค่อนข้างวุ่นวาย บางครั้งก็ไปรบกวนการใช้ชีวิตของชาวบ้านธรรมดาภายในเมือง สถานการณ์แบบนี้ดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง