้มีชื่อเสียงอย่างมาก
แม้นมอดม้วยเก้าคราไม่เสียใจ มีนามว่ามิคำนึง
นั่นคือกระบี่ที่นักพรตจิ่งหยางพกติดตัวเมื่อในอดีต ตอนนี้เป็นของเจ้าแห่งยอดเขาเสินม่อเจ้าล่าเยวี่ย
คนบ้าแห่งสำนักเทียนฉิงผู้นั้นย่อมต้องเงียบเสียงไป ผู้บำเพ็ญพรตึนอื่นๆ ภายในเมืองอวิ๋นจี๋เองก็เงียบเสียงไป คนที่บอกว่าตัวเองไม่ธรรมดาต่างปิดปากเงียบ คนที่โขกศีรษะยิ่งโขกอย่างจริงใจ โดยเฉพาะผู้บำเพ็ญพรตที่ตะโกนว่าจะสังหารปีศาจกระบี่ตนนั้นต่างทยอยกันหนีออกไปจากเมือง
เมืองอวิ๋นจี๋กลับคืนสู่ความสงบ เหล่าชาวบ้านทยอยออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ แผงที่ขายขนมนึ่งและซาลาเปากลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง อีกทั้งยังกล้าพูดคุยกับผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้นมากขึ้นกว่าเดิม
เหลาสุราแห่งนั้นเองก็กลับมาเปิดใหม่อีกครั้ง กลิ่นหอมของหม้อไฟลอยตามลมออกไปไกล ดึงดูดผู้บำเพ็ญพรตจำนวนมากที่ไม่มีอะไรทำให้เดินทางมา แต่ห้องส่วนตัวที่อยู่ติดถนนห้องนั้นกลับไม่เคยเปิดให้ใครใช้มาก่อน ไม่ว่าผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้นจะให้ราคาสูงแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนเรื่องการจะข่มขู่ให้หวาดกลัวนั้น….ยังไม่มีใครกล้าลืม คนบ้าของสำนักเทียนฉิงที่ถูกสายฟ้าสีแดงผ่าใส่จนกลายเป็นก้อนเนื้อเละๆ ผู้นั้นตายอยู่ภา