จึงหันมากล่าวกับหลิ่วสือซุ่ยว่า “อีกประเดี๋ยวเจ้าห้ามขยับ”
นักพรตไป๋ครุ่นคิดว่านี่สมกับเป็นวิธีการของนักพรตไท่ผิงจริงๆ ก็เหมือนกับตอนที่สำนักชิงซานบุกไปถล่มสำนักกระบี่ซีไห่ เขาก็ไปที่ทะเลตะวันตก เอาตัวเองเป็นเป้า
ครั้งนี้เขาจะทำลายจิ่งหยาง หรือพูดอีกอย่างก็คือสรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่ง วิธีที่ใช้ก็ยังเป็นวิธีที่คล้ายๆ กัน เพียงแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดเด็กน้อยชุดน้ำเงินจากดินแดนหมิงผู้นี้ถึงยินดีทำเช่นนี้
จิ๋งจิ่วเองก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน เขากล่าวถามอาเพียวว่า “คนผู้นั้นสัญญาอะไรกับเจ้า?”
หากวันนี้อาเพียวไม่ปรากฏตัว อย่างนั้นพรุ่งนี้เขาก็จะกลายเป็นลูกศิษย์ของตัวเอง
อีกสิบกว่าปีหรือหลายสิบปีหลังจากนี้ เขาก็จะได้รับลัญจกรแห่งจักรพรรดิหมิง กลายเป็นผู้ปกครองแห่งดินแดนหมิง
นักพรตไท่ผิงเสนอเงื่อนไขอย่างไรให้แก่เขา ถึงขนาดทำให้เขายอมทิ้งแม้กระทั่งตำแหน่งจักรพรรดิแห่งหมิง?
“อาจารย์ดีกับข้าอย่างมาก”
อาเพียวกล่าวว่า “ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรับปากว่าจะพาข้ามาเรียนบนโลกมนุษย์ และทำให้ข้าไม่ต้องกลับไปที่นั่น”
เงื่อนไขนี้ดูเหมือนเรียบง่าย เรียกได้ว่าค่อนข้างน่าขัน แต่หากคิดดูดีๆ ก็จะรู้ถึงความหมายของมัน
สำหรับคนในดินแดนหมิง