กระบี่นี้ เขาก็อาจจะเข้าใจผิดคิดว่านั่นเป็นท้องฟ้าหรือไม่ก็หน้าผาได้ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้นกระบี่บินนั้นก็ไม่ได้มีพลังที่แข็งแกร่งอะไร ดูคล้ายใบไม้ร่วงใบหนึ่งที่ลอยไปมาอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ในสายลม
ใบไม้ลอยเข้าไปในโพรงลม จากนั้นกลับพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างเงียบๆ แต่กลับรวดเร็วเป็นอย่างมาก
เสียงฉึกเบาๆ ดังขึ้นหลายเสียง
บนร่างกายของไป๋เชียนจวินมีรอยแผลที่เล็กแต่กลับลึกอย่างมากปรากฏขึ้นมาสิบกว่าแผล
เขาส่งเสียงอึกออกมาเบาๆ เหยียบอากาศถอยเยื้องๆ ออกไปหลายร้อยจ้าง จากนั้นไปยืนอยู่บนต้นไม้ต้นใหญ่ต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากข้างลำธาร
ลมพัดผ่านยอดไม้
ร่างกายเขาขยับขึ้นลงตามยอดไม้ที่ไหวเอน โลหิตไหลออกมาไม่หยุด
เขาจ้องมองดูตรงตำแหน่งที่กระบี่บินออกมาจากหน้าผาที่สูงชัน ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าที่คร่ำเคร่งว่า “จัวหรูซุ่ย….เจ้ากล้าแต่ลอบกัดอย่างนั้นหรือ!”
กระบี่บินสีเทาเล่มนั้นลอยกลับไปตรงหน้าผาอย่างอ่อนแรง
จัวหรูซุ่ยเหยียบไปบนกระบี่
เขาขี่กระบี่มาถึงริมลำธาร มองดูไป๋เชียนจวินที่อยู่บนยอดไม้ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “ไม่ลอบกัดเจ้าก็สู้ข้าก็ไม่ได้อยู่ดี”