่ใช่”
เหอจานถามอย่างไม่เข้าใจ “อย่างนั้นกระบี่ไร้อัตตานี่มันยังไงกัน?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าทำได้เพียงชี้แนะเจ้าหนึ่งประโยค หลิ่วสือซุ่ยกับหลิ่วฉือล้วนแต่แซ่หลิ่ว”
เหอจานส่งเสียง ‘อา’ อย่างตกใจเล็กน้อย คล้ายเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
จิ๋งจิ่วหมุนตัวเดินจากไป
เหอจานไม่ได้คุยกับเขาเรื่องแผนการถล่มสำนักกระบี่ซีไห่ที่ถงเหยียนกับซูจึเย่วางขึ้นมา
จิ๋งจิ่วเองก็ไม่ได้พูดเรื่องที่เขาพูดคุยตกลงกับปู้ชิวเซียวในเมืองเจาเกอ
เดิมเรื่องราวบนโลกมันก็ไร้ความหมายอยู่แล้ว การดิ้นรนสืบหาความจริงไปก็ไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป
เทือกเขาตงหลิ่งทอดยาวออกไปไม่สิ้นสุด เป็นเหมือนบอนไซที่อยู่บนโลก งดงามเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อมาถึงใต้ต้นสนที่อยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง จิ๋งจิ่วก็หมุนตัวมองไปทางที่ตัวเองเดินจากมา
ทะเลสาบหลีหมิงกลายเป็นกระจกบานเล็กๆ โคมไฟของหอเด็ดดาวกลายเป็นจุดแสงของหิ่งห้อย
อาต้ามุดออกมาจากในแขนเสื้อของเขา ไต่ตามแขนของเขาจึงไปนั่งยองๆ อยู่บนศีรษะของเขาอย่างช่ำชอง
สายตาของมันมองไปยังริมทะเลสามหลีหมิง กระแสจิตขยับเล็กน้อย “ออกมาแบบนี้ ไม่กลัวว่าจะเกิดเรื่องหรือ?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
อาต้าไม่ค่อยเข้าใจ
“ต่อให้ศูนย์