หลังจากนั้น เสียงเสียงนั้นก็ตะโกนอย่างต่อเนื่องว่า “ซีไหล! ขุย หลิ่ว จาง อี้!”
มีลำแสงกระบี่อีกร้อยกว่าสายพุ่งออกมาจากเรือกระบี่ชิงซานลำหนึ่ง ก่อนจะบินไปยังตำแหน่งหนึ่งบนท้องฟ้า
“เทียนกวง! ไท่เวยเทียนซื่อ!”
“เหลี่ยงว่าง! เจี่ยวคั่งซานเหิง!”
“ปี้หู! อวี๋กุ่ยอู่ซิง!”
……
……
ปกติเสียงเสียงนั้นมักจะฟังดูเกียจคร้าน ไม่มีชีวิตชีวา แต่วันนี้กลับฟังดูเคร่งขรึมและตั้งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้นความเร็ว ในการพูดยังเร็วอย่างมากด้วย
เมื่อเสียงเสียงนี้ดังขึ้น กระบี่บินจำนวนนับไม่ถ้วนก็ไม่ได้พยายามไล่ตามผีกุมารกระบี่อีก หากแต่บินไปยังตำแหน่งบนท้องฟ้า ตามที่เสียงเสี ยงนั้นบอก กลายเป็นภาพที่ดูวุ่นวาย ในภาพนั้นมองไม่เห็นถึงกฎเกณฑ์และโครงสร้างใดๆ แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่เคร่งขรึมและความงามที่เป็นน นิจนิรันดร์ เป็นเหมือนกับหมู่ดาวที่อยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างไรอย่างนั้น
สำนักชิงซานไม่ได้ฝึกแค่เพลงกระบี่ แต่ยังฝึกข่ายพลังด้วย
ข่ายพลังของพวกเขาก็คือเพลงกระบี