ั่นป่วน พลางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “เจ้าอ่อนแอเกินไป มิน่าถึงกลายเป ป็นเจ้าสำนักไม่ได้”
จากนั้นเขามองไปทางหลิ่วฉือ “เจ้าช้าเกินไป ยังใช้ไม่ได้เช่นกัน”
คำพูดง่ายๆ เพียงสองประโยคก็วิจารณ์ยอดคนขั้นทะลวงสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักชิงซานเสียจนไม่มีค่าให้พูดถึงอีก ฟังดูช่างโอหังเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อมาคิดดูอย่างละเอียดแล้ว ในตอนนั้นหากหนานชวีได้เป็นศิษย์ของนักพรตเต้าหยวน เขาก็น่าจะกลายเป็นปรมาจารย์ของหลิ่วฉือและหยวนฉีจิง
ในเวลานี้เอง เสียงของจัวหรูซุ่ยดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาไม่ได้วางข่ายพลัง น้ำเสียงไม่ได้ฟังดูคร่ำเคร่งและจริงจังเหมือนอย่างก่อนหน้านี้อีก หากแต่กลับมาฟังดูเกียจคร้านเหมือนอย่างในเวลาปกติ
“กระทั่งข่ายพลังของข้าก็ยังทำลายไม่ได้ ตาแก่อย่างเจ้ายังมีหน้ามาพล่ามอะไรอีก?”
หนานชวีหรี่ตาเล็กน้อย มองดูจัวหรูซุ่ยด้วยสายตาที่เหมือนมองเห็นคนตาย
“ขอแนะนำหน่อย เขาเป็นศิษย์คนสุดท้ายของข้า”
หลิ่วฉือกล่าวว่า “นอกจากนี้ เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าเจ้าใกล้จะตายแล้ว”
หนานชวีรับรู้ได้ถึงพลังของข่ายพลังกระบี่ชิงซาน จึงกล่าวว่า “คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะหาข้าพบ แต่แล้