นตก ลำแสงกระบี่ค่อยๆ หายไป เหลือเพียงเศษซากร่องรอยความเสียหายและโลหิตสดๆ จำนวนนับไม่ถ้วน
มีสายฝนที่มาพร้อมกับลมทะเลตกลงบนทะเลและบนเกาะ ค่อยๆ ชะล้างรอยเลือดออกไป กลบฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายขึ้นมาในตอนที่ตำหนักต่างๆ พังถล่ม
เมื่อเห็นภาพนี้ ผู้บำเพ็ญพรตของสำนักต่างๆ พากันเกิดความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างรุนแรง
“นี่คือสงคราม”
ปู้ชิวเซียวมองดูคราบเลือดบนท้องทะเลที่ค่อยๆ จางหายไปเหล่านั้น มองดูหมู่เกาะที่ตกอยู่ในสภาพที่น่าเศร้าเหล่านั้น นิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “มีเพียงตอนที่ทำสงครามถ ถึงจะได้เห็นพลังแท้จริงของสำนักสำนักหนึ่ง ดังนั้นข้าจึงรู้สึกชื่นชมนิกายเฟิงเตามาโดยตลอด เพราะพวกเขาเคยเข้าร่วมสงคราม ยิ่งไปกว่านั้นยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออยู่ในสงคร ราม”
คำพูดประโยคนี้เขาพูดให้แก่เหล่าลูกศิษย์ของเรือนอี้เหมาที่อยู่ในเรือความรู้ดุจมหานทีฟังเพื่อเป็นการสั่งสอน
ในสงครามของโลกมนุษย์ ต่อให้แม่ทัพจะมีฝีมือร้ายกาจแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย
ในสงครามของโลกแห่งการบำเพ็ญพรต พลังและสภาวะของผู้บำ