สภาวะได้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ยอดเขาซั่งเต๋อแข็งแกร่งขึ้นมา พวกเขาเป ปิดศึกกับยอดเขาอื่นๆภายใต้การนำของศิษย์พี่ ทั่วทั้งชิงซานต่างวุ่นวาย โลหิตไหลเป็นสายน้ำ การสืบทอดของชิงซานดำเนินต่อไปอีกครั้ง
ในตอนที่คิดถึงเรื่องเหล่านี้ จิ๋งจิ่วได้เดินเลยศาลาหนานซงไป จนมาถึงในหอเล็กแห่งนั้น
ภายในหอเล็กมีรูปเหมือนของปรมาจารย์รุ่นก่อนๆ ของชิงซานและบุคคลสำคัญวางเอาไว้อยู่
รูปเหมือนสองรูปสุดท้ายคือนักพรตไท่ผิงและนักพรตจิ่งหยาง
จิ๋งจิ่วมองดูรูปเหมือนสองรูปนี้ คิดถึงเรื่องราวบางอย่าง
เขาไม่เคยเป็นเจ้าสำนัก แต่ย่อมต้องมีสิทธิ์ที่จะได้ตั้งรูปอยู่ที่นี่
ศิษย์พี่ส่งจดหมายฉบับนั้นกลับมามันหมายความว่าอะไร?
นักพรตไท่ผิงจะกลับมายังชิงซานหรือ?
เมื่อเดินผ่านหอเล็กก็จะมาถึงหมู่เขาทั้งเก้าของชิงซาน ลำธารสี่เจี้ยนที่อยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ดูคล้ายผ้าไหมสีทองที่กำลังโบกสะบัดอย่างเชื่องช้า
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวที่อยู่ริมลำธารมองเห็นจิ๋งจิ่ว ต่างพากันตกตะลึงเป็นอย่างมาก รีบแยกตัวออกเป็นสองแถวพลางกล่าวคารวะว่า “คารวะอาจารย์อา”
ศิษย์บางคนที่ค่อนข้างใจกล้าก็ตะโกนออกมาว่า “อาจารย์อาเล็ก!”
จิ๋งจิ่วไม่ได้สนใจศิษย์หนุ่มสาวเหล่านี้ แล้วก็