ึกลำบากใจเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวชีก็ไม่อยากจะแต่งให้กับลูกชายของจานกั๋วกงผู้นั้นด้วย แล้วพวกท่านมีความสุขกันขนาดนี้มั นเหมาะแล้วหรือ?
ภรรยาลูกชายลู่กั๋วกงเดินเข้าไปในห้องของเฉินซือพลางครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้ ก่อนจะพบว่าบนใบหน้านางกลับไม่มีค คราบน้ำตา ภายใต้ดวงตาคล้ายมีความรู้สึกยินดีอยู่ จึงอดประหลาดใจไม่ได้
คุณหนูเจ็ดมิได้ร้องไห้โวยวายอีก เหล่าคุณนายแม่บ้านและสาวใช้ต่างโล่งใจ แต่นางกลับรู้สึกแปลกๆ จึงพูดคุยกับเฉ ฉินซือสองสามประโยค จากนั้นค่อยๆ ออกไปยังเรือนด้านหลังเพื่อหาลู่หมิง ก่อนจะบอกเล่าถึงสถานการณ์ของเฉินซือเสียง เบาๆ พลางกล่าวถามอย่างเป็นห่วงว่า “วันนี้คงไม่เกิดเรื่องใช่ไหม?”
ลู่หมิงมองดูนาง ยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ไม่ต้องเป็นห่วง ต่อให้เกิดเรื่อง มันก็เป็นเรื่องดี”
ฮูหยินได้ฟังคำพูดนี้ก็มิได้รู้สึกวางใจ แต่กลับยิ่งรู้สึกแปลกๆ
ลู่หมิงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย กล่าวว่า “จะเริ่มแล้ว ข้าไปดูด้านหน้าหน่อย”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็รีบเดินไปยังเรือนด้านหน้า ในใจคิดว่าหากพลาดเรื่องสนุกนี้ไปคงน่าเสียดายเป็นยิ งนัก
แขกเหรื่อเต็มโถง อัครมหาเสนาบดีเฉินและจานกั๋วกงยืนคู่กันอยู่บนแทน