ไม่?”
เมื่อพูดจบ เขาก็หยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อส่งให้หลิ่วสือซุ่ย
ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อนย่อมต้องใกล้เข้ามา ภายในวัดกั่วเฉิงมีเสียงจักจั่นดังขึ้นมา สวนจิ้งหยวนมิได้สงบเงียบเหมือนอย่างก่อนหน้าอีก
แมวขาวที่อยู่ใต้ชายหลังคาเงยหน้าขึ้นมา มองไปด้านนอกสวน ในใจครุ่นคิดว่าเป็นจักจั่นเหมือนกัน แต่เหตุใดเจ้าพวกน่ารำคาญที่อยู่ด้านนอกถึงแตกต่างจากจักจั่นเหมันต์ขนาดนี้ ไม่น่ารักเลยแม้แต่นิดเดียว
จิ๋งจิ่วมองดูกระดาษที่หลิ่วสือซุ่ยส่งมาให้เหล่านั้น จมดิ่งอยู่ในความคิด จากนั้นก็รู้สึกว่าเสียงจักจั่นฟังดูน่ารำคาญเช่นเดียวกัน เขาสะบัดแขนเสื้อ ลมสายหนึ่งพุ่งผ่านตำหนักออกไป เข้าไปในป่า จากนั้นครู่หนึ่งเสียงจักจั่นก็เงียบหายไป
หลิ่วสือซุ่ยกล่าวว่า “ข้าจะต้องตอบอย่างไรขอรับ?”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าต้องคิดหน่อย”
การที่เขาจำเป็นต้องใช้เวลานานในการครุ่นคิดถึงจะได้คำตอบ แสดงให้เห็นว่าคำถามที่อยู่บนกระดาษนั้นมิใช่คำถามธรรมดา
คนที่สามารถถามคำถามแบบนี้ออกมาได้จะต้องมิใช่คนธรรมดาเช่นเดียวกัน
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวถามว่า “ระดับของคนผู้นั้นสูงมาก?”
จิ๋งจิ่วส่งเสียงอืม
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เหตุใดเขาถึงไม่ตามหลิ่วสือซุ่ยมาห