หลังจากนั้นแคว้นฉินก็ใช้เวลาเพียงปีเดียวบดขยี้แคว้นฉี แล้วก็ใช้เวลาอีกสี่ปีไล่สังหารเผ่าเร่ร่อนที่หลบหนีขึ้นไปทางเหนือจนหมด
ตอนนี้ใต้หล้ารวมเป็นหนึ่ง ฮ่องเต้แคว้นฉินกลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้าย
สายตาเขามองไปยังภูเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
ฮ่องเต้แคว้นฉินลืมเรื่องราวไปมากมายแล้ว แต่เขายังไม่ลืมคำพูดประโยคแรกที่ได้ยินในโลกนี้
“ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไร หากสามารถรวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง กลายเป็นเจ้าแห่งใต้หล้า เช่นนั้นก็จะได้รับการยอมรับจากเทวทูต ได้รับกระถางสัมฤทธิ์ และได้รับยันต์เซียนวัฒนะ”
ภูเขาแห่งนั้นมีคือว่าปู้โจว
ภายในภูเขามีวัดอยู่แห่งหนึ่ง
ว่ากันว่าเทวทูตอยู่ในวัดแห่งนั้น
เพียงแต่ไม่เคยมีคนเคยเห็นเทวทูตมาก่อน เพราะไม่มีใครสามารถเข้าใกล้วัดแห่งนั้นได้
หลายปีมานี้ฮ่องเต้แคว้นฉินได้แอบส่งคนจำนวนมากไปยังเขาปู้โจว แต่ไม่มีใครสามารถกลับมาได้แม้แต่คนเดียว
นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกมั่นใจ
เขาตัดสินใจเดินทางไปสักการะวัดปู้โจว
……
……
ระหว่างเมืองเสียนหยางไปยังวัดปู้โจวเต็มไปด้วยหมู่เขารกร้าง หนทางยากสัญจร ป่าไม้หนาทึบ
นับตั้งแต่ที่ฮ่องเต้แคว้นฉินตัดสินใจจะไปนมัสการวัดแห่งนั้น แคว้นฉินก็ได้ทำการเกณฑ์ชาวบ้านและช่างฝีมือจำนวนหลายล้านคนมาทำลายภูเขาและป่าไม้และขนย้ายก้อนหิน จากนั้นเริ่มทำการสร้างถนนเส้นหนึ่ง ถนนเส้นนั้นถูกตั้งชื่อว่าถนนสู่สวรรค์ ปูด้วยดินอัดแข็งเป็นฐาน โรยหน้าด