หาตัวคนอื่นนั้นเป็นเรื่องยากอย่างมาก อย่างเช่นข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าหาตัวเซี่ยงหว่านซูเจอได้อย่างไร?”
จัวหรูซุ่ยกล่าวว่า “ข้าเจอตัวเชวี่ยเหนียงที่อวิ๋นโจว”
เมื่อได้ยินคำว่าอวิ๋นโจวและเชวี่ยเหนียง ถงเหยียนก็แอบถอนใจ พอจะคาดเดาได้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“โชคของนางไม่ดีเท่าไร ไปเกิดเป็นลูกชายของเจ้าของโรงหมากล้อม ถูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่รังแกจนใช้ชีวิตลำบาก ศิษย์สำนักจงโจวอย่างพวกเจ้านั้นชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านมากที่สุด เอาล่ะ ไม่ต้องถลึงตาใส่ข้า นั่นเรียกว่าเป็นห่วงประชาชน เอาเป็นว่าเซี่ยงหว่านซูช่วยเหลือเชวี่ยเหนียงไปหลายครั้ง ร่องรอยเลยเปิดเผย ก็เลยถูกข้าฆ่า เชวี่ยเหนียงก็ถูกข้าฆ่าเช่นกัน”
จัวหรูซุ่ยถามว่า “เออใช่ เจ้าเดาสิว่าข้าหาตัวเชวี่ยเหนียงเจอได้อย่างไร? นางกลายเป็นผู้ชาย ตามหลักแล้วน่าจะถูกหาตัวยากที่สุดถึงจะถูก”
ถงเหยียนนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “อย่าได้พยายามยุแยงความสัมพันธ์ของพวกเราที่เป็นศิษย์สำนักเดียวกันเลย ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะไปฆ่าจิ๋งจิ่ว เจ้าเองก็อย่าได้คาดหวังข้าเช่นกัน”
จัวหรูซุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “สถานการณ์ของสำนักพวกเราไม่เหมือนกัน เขาเป็นอาจารย์อาของข้า ข้าย่อมไม่อาจสังหารได้ แต่ไป๋เชียนจวินเป็นเพียงศิษย์พี่ของเจ้า ทำไมถึงฆ่าไม่ได้?”
ถงเหยียนไม่ได้ตอบเขา หากแต่กล่าวว่า “ก่อนที่เจ้าเข้ามาก็รู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีความหวังใดๆ ถึงได้ละทิ้งตัวเอง ฆ่าคนก่อความ