นยิ่งสูง แหวกเมฆหมอกขึ้นไปด้านบน
ริมผามีแท่นหินอยู่ เมฆหมอกหนาทึบ พอจะมองเห็นร่างคนได้ลางๆ สิบกว่าร่าง
นักพรตถานเจ้าสำนักจงโจว นักพรตหลิ่วเจ้าสำนักชิงซาน ปู้ชิวเซียวเจ้าแห่งเรือนอี้เหมา สมณะตู้ไห่แห่งอารามหลี่ว์ถังของวัดกั่วเฉิง เจ้าสำนักคุนหลุน เจ้าสำนักต้าเจ๋อล้วนแต่อยู่ที่นี่
“มีศิษย์อยู่สิบกว่าคนที่สภาวะยังไม่นิ่ง ใจแห่งเต๋ายังไม่มั่นคง หากเข้าไปในคันฉ่องฟ้ากระจ่างอาจเกิดเรื่องได้ ข้าเลยไม่ให้พวกเขาเข้าไป”
ปีกโปร่งแสงกระพือปีกเบาๆ เกิดเป็นหมอกบางๆ คล้ายควัน ใบหน้าของชิงเอ๋อร์ที่อยู่ในหมอกดูคล้ายภาพลวงตา งดงามและดูแปลกประหลาด
“แล้วก็มีคนที่น่าจะเป็นผู้สืบทอดของนิกายเสวี่ยหมัว เร้นกายอยู่ในสำนักตั้งแต่ยังเล็ก ข้าทำสัญลักษณ์เอาไว้บนร่างกายเขาแล้ว พวกท่านจัดการกันเอง”
ภายในหมอกมีเสียงเนือยๆ ของนักพรตถานดังขึ้นมา “ขอบใจเจ้ามาก”
ชิงเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อย หมุนตัวหายไปในหมอก
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง
นางปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขาแห่งหนึ่ง
บนยอดเขาไม่มีตำหนักอะไร แต่ริมผากลับมีรั้วอยู่
นักพรตไป๋ยืนอยู่ริมริ้ว ร่างกายแผ่ไอเย็นยะเยือก คล้ายกับภูเขาหิมะ
ชิงเอ๋อร์บินไปด้านหลังนาง
นักพรตไป๋หมุนตัวกลับมา กล่าวถามว่า “มองเห็นอะไรบ้าง?”
ชิงเอ๋อร์กล่าวว่า “จิ๋งจิ่วมิใช่ชื่อของเขา”
……
……
คันฉ่องก็คือกระจก
คันฉ่องฟ้ากระจ่างคือกระจกบานหนึ่ง
เมื่อส่องกระจกสามารถแก้ไขเสื้อผ้า สามารถแยกแยะถูกผิด
ไม่มีใครสามารถแอ