นี้”
เซ่อเซ่อกล่าวอย่างโมโห “เรื่องที่รับปากข้าเอาไว้ก็ยังไม่ได้ทำ นี่มันกี่ปีมาแล้ว!”
หนานว่างคือคนที่โมโหที่สุดและผิดหวังที่สุดผู้นั้น เพราะนางคิดเยอะกว่านั้น
จิ๋งจิ่วจะเป็นตัวแทนสำนักอื่นลงประลอง แล้วสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยยังตอบตกลงอีก…จิ๋งจิ่วนั้นเป็นศิษย์ของจิ่งหยาง หรือว่านี่จะเป็นความคิดของเหลียนซานเยวี่ย?
นางไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แขนเสื้อสะบัดเล็กน้อย เตรียมจะฟาดจิ๋งจิ่วให้สลบแล้วลากตัวออกไป
ฟางจิ่งเทียนมองไปรอบๆ พบว่าศิษย์สำนักอื่นที่ไม่ค่อยถูกกับสำนักชิงซานมีสีหน้าสนุกสะใจ เยวี่ยเชียนเหมินของสำนักจงโจวคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม กล่าวด้วยสีหน้าขึงขังเล็กน้อยว่า “เรื่องนี้เอาไว้ค่อยว่ากัน”
เมื่อพูดประโยคนี้จบ เขาก็เดินขึ้นไปยังที่พักที่ซ่อนตัวอยู่ในยอดเขา
เขาคิดว่าศิษย์ชิงซานคนอื่นๆ จะต้องเดินตามตนเองมา มีเพียงจิ๋งจิ่วคนเดียวที่จะถูกทิ้งอยู่ตรงนั้น
แต่คิดไม่ถึงว่าศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างอย่างเยาซงซาน เหลยอี้จิงต่างก็เดินเข้าไปหาจิ๋งจิ่ว ทำการคารวะทักทายอาจารย์อา จากนั้นถึงจะเดินออกมา
เมื่อสังเกตเห็นเรื่องนี้ สายตาของฟางจิ่งเทียนยิ่งเย็นยะเยือก
กู้ชิงย่อมไม่เดินออกมา เขายืนอยู่ด้านหลังจิ๋งจิ่ว
สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเองก็เดินออกมาแล้ว
แม่ชีน้อยที่เดิมจะเข้าร่วมงานชุมนุมแสวงมรรคาผู้นั้นถลึงตามองจิ๋งจิ่ว ในใจครุ่นคิดว่าเดี๋ยวกลับไปจะต้องขอให้ท่านผู้อาวุโสสูงสุดยกเลิกคำสั่งให้