พลังเซียนที่ว่านี้มิใช่การนิยามหน้าตาหรือท่าทางที่ดูเหมือนเซียน หากแต่หมายถึงปราณของเซียนจริงๆ
เซียนที่ตกสวรรค์ลงมาเป็นมนุษย์ไม่มีพลังแห่งเซียน ดังนั้นเขาจึงช่วยไม่ได้
ก่อนหน้าจิ่งหยาง คนที่บรรลุเป็นเซียนคนสุดท้ายของแผ่นดินเฉาเทียนก็คือไป๋เริ่น
ไป๋เริ่นคือเจ้าสำนักของสำนักจงโจวในตอนนั้น คือยายของนักพรตไป๋ในตอนนี้ แล้วก็เป็นทวดของไป๋เจ่า
ผู้บำเพ็ญพรตในยุคสมัยเขาต่างเคยชินที่จะเรียกอีกฝ่ายว่าท่านบรรพจารย์ไป๋
หากบอกว่าเขาและศิษย์พี่เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ของแผ่นดินเฉาเทียนในช่วงห้าร้อยปีมานี้ เช่นนั้นประวัติศาสตร์เมื่อพันปีก่อนก็เป็นท่านบรรพจารย์ไป๋ที่เป็นคนเขียน
ยิ่งไปกว่านั้นอิทธิพลของนางก็ยังสืบทอดมาจนถึงตอนนี้ เพราะหลังจากนางบรรลุเป็นเซียนไปแล้ว นางได้ทิ้งยันต์เซียนเอาไว้หลายแผ่น
สำนักจงโจวเคยใช้ยันต์เซียนแผ่นหนึ่งโจมตีใส่จักรพรรดิแห่งหมิงจนได้รับบาดเจ็บ และจับเขาขังเอาไว้ในคุกสะกดมารเป็นเวลาหลายร้อยปี
ยันต์เซียนวัฒนะที่สำนักจงโจวเอาออกมาในครั้งนี้มิใช่ยันต์ระดับสูงสุดแบบนั้น แต่ก็เป็นยันต์เซียนในระดับรองลงมา
ยันต์ระดับรองก็เป็นยันต์เซียนเช่นเดียวกัน พลังเซียนที่อยู่ภายในหากคนธรรมดาได้ไป ก็เพียงพอที่จะชำระล้างภายในร่างกายแบบถอนรากถอนโคน ทำให้เหยียบไปบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรได้ หากผู้บำเพ็ญพรตได้ไป ก็จะได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า
ส่วนจะได้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้น