เขาก็คิดถึงเรื่องที่จิ๋งจิ่วสั่งเอาไว้ในตอนนั้น รายงานสถานการณ์ในปัจจุบันของสำนักเสวียนอินออกมาอย่างละเอียด
“เรื่องเล็กๆ แบบนี้พูดเสียละเอียดขนาดนี้ทำไม?”
จิ๋งจิ่วคิดในใจว่าทำไมกู้ชิงถึงกลายเป็นคนพูดมากเช่นนี้ เห็นทีน่าจะส่งไปเรียนการปิดวาจาด้วยอีกคน
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูเขาอีกครั้ง กล่าวว่า “ท่านบอกว่าจะฆ่าหวังเสี่ยวหมิงมิใช่หรือ?”
เมื่อสิบปีก่อน สำนักเสวียนอินได้เปลี่ยนเป็นนิกาย หวังเสี่ยวหมิงเป็นประมุขนิกายคนแรก
ในสายตาชาวโลก ยอดฝีมือวิถีมารที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่คนนี้มีความลี้ลับเป็นอย่างมาก แต่เจ้าล่าเยวี่ยกลับไม่มีทางลืมชื่อของเขา
แต่จิ๋งจิ่วได้ลืมเรื่องนี้ไปตั้งนานแล้ว ในเวลานี้เมื่อเจ้าล่าเยวี่ยเตือนขึ้นมาถึงจะนึกขึ้นมาได้ จึงส่งสายตาบอกให้กู้ชิงพูดต่อ
กู้ชิงรู้สึกน้อยใจเป็นอย่างมาก แต่สีหน้ากลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เขาหยิบเอาจดหมายกระบี่ออกมาฉบับหนึ่งแล้วยื่นส่งให้เจ้าล่าเยวี่ยด้วยสองมือ กล่าวว่า “ชิงซานเรียกประชุมแต่ละยอดเขา แต่เพราะอาจารย์อาหญิงเก็บตัวอยู่ ก็เลยเลื่อนจนมาถึงตอนนี้ขอรับ”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกแปลกใจ ในใจครุ่นคิดว่าจะจัดประชุมชิงซานอีกอย่างนั้นหรือ ครั้งนี้เป็นเพราะใครอีกล่ะ