วุ่นวายเท่านั้น”
“แต่ข้ารู้สึกว่าเรื่องที่เจ้าทำจะต้องมิได้มีเพียงเท่านี้แน่”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินมองเขาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม จากนั้นกล่าวว่า “ซีหวังซุนให้ความสำคัญต่อหลิ่วสือซุ่ย เขาก็มีเหตุผลของเขา แต่เจ้าล่ะ?”
อินซานนิ่งเงียบไปครู่ จู่ๆ พลันยิ้มขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า “เจ้าว่ารอยยิ้มข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินชูนิ้วโป้ง กล่าวชมเชยว่า “บริสุทธิ์ เป็นมิตร ใครจะมองออกบ้างว่าเจ้าเป็นคนบ้าคนหนึ่ง?”
อินซานกล่าว “เจ้าไม่คิดว่าหลิ่วสือซุ่ยเหมือนข้าหรือ?”
ปรมาจารย์สำนักเสวียนอินไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไร
อินซานมองไปยังโขดหินที่อยู่บนผิวทะเล รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ หายไป
โขดหินที่อยู่ในสายตาของเขาเหล่านั้นค่อยๆ ลอยขึ้นมา ออกไปจากผิวทะเล ถูกแสงอาทิตย์สาดส่อง บินกลับไปบนท้องฟ้าใหม่อีกครั้ง รวมตัวเข้าด้วยกัน กลายเป็นภูเขาลอยฟ้าลูกนั้น จากนั้นถูกเมฆหมอกห่อหุ้มเอาไว้อีกครั้ง
ในส่วนลึกของเมฆหมอก ปลายสุดของถ้ำมีห้องที่เงียบสงบอยู่ห้องหนึ่ง หน้าต่างหันออกหาทะเล
หลิ่วสือซุ่ยยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองดูทะเลที่มืดมิวราวน้ำหมึกอย่างเงียบๆ ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วอ่านม้วนเอกสารเหล่านั้นต่อ สีหน้ามีสมาธิและตั้งใจ มองไม่เห็นถึงความหงุดหงิดแม้แต่น้อย แล้วก็ไม่มีความผิดปกติใดๆ
อินซานมองไปทางนั้นอย่างเงียบๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยภาพตัวเองในวัยเด็ก
……
……
ยอดเขาเส