จินหมิงเฉิงกล่าว “ในแผ่นดินของฝ่าบาท ไม่ว่ากระบี่ใดอยู่ในนี้ ขอเพียงเขากล้าเอาไป ก็จะต้องถูกพบอย่างแน่นอน จากนั้นก็จะมีคนไปจัดการเขา”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ในที่สุดลู่กั๋วกงก็วางใจ เขายิ้มพลางกล่าว “ดูเหมือนครั้งนี้สำนักกระบี่ซีไห่จะเจอกับปัญหาใหญ่เข้าแล้ว”
คนที่กล้าจัดการซีหวังซุนก็ย่อมต้องเป็นคนที่สามารถเอาชนะเขาได้ เช่นนั้นก็จะต้องเป็นยอดคนขั้นทะลวงสวรรค์ที่ทั่วทั้งแผ่นดินมีอยู่ไม่กี่คน
จินหมิงเฉิงกล่าวว่า “ล่วงเกินชิงซานแล้วยังอยู่มาได้นานขนาดนี้ สำนักกระบี่ซีไห่เองก็ไม่ใช่ย่อยเลยทีเดียว”
ลู่กั๋วกงกล่าวถามว่า “ภาพขุนเขาลำธารถูกส่งไปที่ไหน? ยอดเขาเทียนกวง?”
จินหมิงเฉิงกล่าว “ไม่ หรือกั๋วกงมิได้สังเกตว่าวันนี้แผ่นดินวุ่นวายขนาดนี้ แต่กลับมีที่หนึ่งเงียบสงบเกินไป?”
ลู่กั๋วกงเข้าใจแล้ว ในใจครุ่นคิดว่าเป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าสถานที่นั้นซึ่งเป็นที่ที่ไม่ควรจะเงียบสงบมากที่สุด จนถึงตอนนี้กลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
……
……
วันนี้เป็นหนึ่งวันที่ยาวนานอย่างมากของแผ่นดินเฉาเทียน
ราชสำนักและสำนักฝ่ายธรรมะได้ทำการยืนยันแล้วว่าลานเมฆของสำนักกระบี่ซีไห่คือศูนย์กลางของปู้เหล่าหลิน และซีหวังซุนก็คือหัวหน้าของปู้เหล่าหลิน
ทว่าเขาเทียนโซ่วกลับไม่มีความเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อฟังดูจากชื่อก็จะรู้ได้ว่าที่นี่เคยเป็นสุสานแห่งหนึ่ง พูดให้ถูกก็คือที่นี่เคยเป็นสุสานหลวงของราชวงศ์ก่อนหน้า ภายหลังถูกส