กระบี่ซีไห่ไม่ออกหน้า เขาก็ยากจะหนีออกไปได้
แต่เขาดูเงียบสงบเป็นอย่างมาก บนใบหน้าไม่เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวใดๆ แล้วก็ไม่มีความสิ้นหวังด้วย
“เจ้าเตรียมตัวตายแล้ว?” เสี่ยวเหอมองเขาพลางถาม
หลิ่วสือซุ่ยพยักหน้า
เสี่ยวเหอกล่าวว่า “แบบนั้นไม่ได้”
หลิ่วสือซุ่ยไม่เข้าใจความหมายของนาง
“เมื่อสิบปีก่อนที่นี่คือโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ภายหลังถูกข้าซื้อมาเปลี่ยนเป็นเหลาสุรา”
คำพูดของเสี่ยวเหอยังไม่ทันพูดจบ
เหลาสุราที่ถูกปรับปรุงขึ้นมาจากโรงเตี๊ยมแห่งนี้พลันพังถล่ม กำแพงด้านนอกแตกเป็นเสี่ยงๆ
เสียงผู้คนบนถนนหายไปจนหมด
ฝุ่นควันคละคลุ้ง แต่ไม่อาจบดบังสายตาได้ รอบๆ เศษซากของเหลาสุราไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
สถานการณ์อันตรายเป็นยิ่งนัก
บนฝั่งตะวันตกของถนนมีคนชุดดำที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำปรากฏตัวขึ้นมาคนหนึ่ง หมวกเหวยเม่าที่บดบังใบหน้าเขาเอาไว้ถูกดันขึ้นไป คล้ายด้านในมีเขาอยู่สองเขา สองมือสวมถุงมือเอาไว้ บนถุงมือมีเพชรประดับประดาเอาไว้ ดูคล้ายหมู่ดาว
บนฝั่งตะวันออกของถนนมีชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งปรากฏตัวขึ้นมาผู้หนึ่ง เสื้อผ้าดูธรรมดา แผ่กระจายกลิ่นอายที่เย็นยะเยือกและแห้งแล้ง คล้ายสายลมที่อยู่ในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ในมืออุ้มขวดสีน้ำตาลอ่อนเอาไว้ใบหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำขึ้นจากหยกหรือกระเบื้อง
หลิ่วสือซุ่ยรู้จักยอดฝีมือของพรรคมารสองคนนี้ หรือพูดอีกอย่างก็คือเขาเคยอ่านบันทึกของยอดฝีมือพรรคมารสองคนนี้ที่อยู่ใน