้นแตกออก ของเหลวสีเขียวจำนวนมากสาดกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง คล้ายกับลูกธนูก็มิปาน
ไต้อิ๋นกระโดดเหยียบอากาศถอยกลับมา ก่อนจะลงสู่พื้น
อู่หมิงจงพุ่งตัวออกไปข้างหน้า เรียกโล่กระบี่ออกมา คุ้มกันไต้อิ๋นเอาไว้ด้านหลัง
ความเร็วของอินชิงมั่วนั้นช้ากว่าเล็กน้อย นางยกป้านดารกะออกมาก่อนจะท่องคาถา ลำแสงกระจ่างใสสายหนึ่งพุ่งออกมาจากป้านดารกะราวกับน้ำตก ปกป้องนางและหลูจินเอาไว้ด้านใน
เสียงเปาะๆ แปะๆ ดังต่อเนื่อง คล้ายกับฝนที่ตกลงมาอย่างฉับพลัน ขณะเดียวกันก็มีเสียงเผาไหม้ดังซ่าๆ ด้วย
กระทั่งของเหลวสีเขียวตกลงมาหมดแล้ว อู่หมิงจงและอินชิงมั่วถึงจะเก็บอาวุธวิเศษ
ผิวนอกของโล่กระบี่ที่หนักและแข็งแกร่งเต็มไปด้วยหลุมเล็กๆ นั่นล้วนแต่เป็นร่องรอยที่ถูกพิษกัดกร่อน
ก่อนเข้าร่วมการประลองวิถีพรต พวกเขาได้เรียนรู้ความรู้ที่เกี่ยวข้องมาบ้าง จึงทราบว่าโลหิตสีเขียวของอสูรขาหิมะนั้นมีพิษร้ายแรง อีกทั้งยังมีฤทธิ์กัดกร่อนที่รุนแรงอย่างมาก แต่เมื่อได้มาเห็นภาพเหตุการณ์จริงๆ พวกเขาจึงได้รู้ว่าถึงแม้จะเป็นอสูรขาหิมะที่ระดับต่ำที่สุดก็ยังมีอันตรายถึงเพียงนี้ ต่อให้สามารถสังหารได้อย่างง่ายดาย แต่มันก็ยังทำอันตรายต่อตัวเองได้อยู่
เมื่อเห็นอสูรขาหิมะที่ตายไปตัวนั้น อินชิงมั่วอดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้ จากนั้นพลันคิดถึงจิ๋งจิ่ว จึงหันกลับไปดูด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะพบว่าเขายืนอยู่ไม่ไกล เสื้อสีขาวพลิ้วไสว มิได้ถูกพิษกระเด็นใส