เมล็ดสนเม็ดเล็กๆ ถูกขบเคี้ยวจนแตกละเอียด ปริมาณก็มิได้มากมายเท่าไร แต่กลับมีรสชาติที่หอมหวน สามารถดื่มสุราแกล้มตามไปได้จอกหนึ่ง
เหลียงซิงเฉิงยกจอกสุราขึ้นมา ก่อนจะกระดกจนหมดจอกอย่างออกรสออกชาติ จากนั้นเหลือบมองซือเฟิงเฉินพลางกล่าวว่า “ศิษย์ของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยเจ้าก็ใช้ได้อย่างนั้นหรือ?”
ซือเฟิงเฉินมองดูสีหน้าที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของชายชรา ก่อนจะยิ้มขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ข้าไหนเลยจะมีปัญญาทำเช่นนั้น คนของทางนั้นต่างหากที่เป็นคนใช้”
เหลียงซิงเฉิงขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ ไม่คิดอยากได้ยินชื่อนั้น ต่อให้ซือเฟิงเฉินจะใช้คำว่าทางนั้นแทนก็ตาม
ซือเฟิงเฉินคล้ายมิได้สังเกตเห็นถึงความรู้สึกรังเกียจของอีกฝ่าย เขายิ้มพลางกล่าวต่อว่า “ขอเพียงลูกค้ามีความต้องการ คนทางนั้นก็สามารถทำให้เป็นจริงได้”
เหลียงซิงเฉิงวางจอกสุราลง มองดูเขาพลางกล่าว “เช่นนั้นความต้องการของเจ้าคือ?”
ซือเฟิงเฉินกล่าวสีหน้าจริงจัง “เพียงต้องการแบ่งเบาภาระให้องค์ชายเท่านั้น”
ภายในเหลาสุราโหวกเหวกวุ่นวาย คนที่ดื่มสุราจนเมามายต่างถกเถียงกันไม่หยุด พูดคุยถึงว่าหมากตานั้นเป็นอย่างไร ตานี้เป็นอย่างไร กลบเสียงของเขาเอาไว้จนหมด
เหลียงซิงเฉิงย่อมไม่เชื่อคำพูดของเขา ตัวซือเฟิงเฉินเองก็ไม่มีทางเชื่อ เพียงแต่พวกเขาต่างทราบดี ในฐานะที่เป็นขุนนาง คำพูดบางคำก็จำเป็นต้องพูดออกไป
เขาจ้องมองดวงตาของซือเฟิงเฉินพลางกล่าวถามว่า “เจ้าแน่ใจนะว่าเรื