ดหลังจากนั้นของเหอจานไม่รู้ว่าเป็นการตอบเซ่อเซ่อหรือว่ากล่าวกับทุกคนที่อยู่ในเขาฉีผาน
“ต่อให้ข้าเกิดใหม่ก็ไม่มีทางเอาชนะสองคนนั้นได้ กระทั่งชายเสื้อของพวกเขาก็ไม่มีทางได้สัมผัส แล้วยังจะเล่นต่อไปเพื่ออะไร?”
……
……
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยปล่อยมือกันเมื่อมาถึงปากทางถนนใหม่ คล้ายกับเมื่อหลายวันก่อน ทุกอย่างล้วนแต่เป็นปกติ คล้ายว่าวันนี้มิได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ชายหลังคาของวัดไท่ฉางถูกน้ำฝนชะล้าง สีดำส่องประกาย ดูแล้วคล้ายเขาของมังกร
จิ๋งจิ่วดึงสายตากลับมา เขาเดินขึ้นบันไดหิน ผลักประตูเดินเข้าไป
ทุกคนในบ้านต่างนั่งอยู่ในโถงด้านนอก เมื่อเห็นเขาเข้ามา จึงพากันลุกขึ้นยืน
“ทำไมถึงกลับมาแล้วล่ะ?”
ท่าทีของพี่ใหญ่แห่งตระกูลจิ๋งดูมีความเคารพมากกว่าเมื่อหลายวันก่อน แต่ในสายตาเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกดีใจ
จิ๋งจิ่วเห็นเขา จึงนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองลืมเรื่องๆ หนึ่งไป
หลายวันก่อนตอนที่เขาให้อีกฝ่ายเดิมพันการประลองหมากล้อม เขาบอกให้อีกฝ่ายเดิมพันว่าตนเองจะเป็นผู้ชนะการประลองในตอนสุดท้าย วันนี้ตนเองประลองไปเพียงกระดานเดียวก็กลับมาแล้ว
เขากล่าวว่า “เสียไปเท่าไร เดี๋ยวข้าใช้ให้เจ้า”
พี่ใหญ่ตระกูลจิ๋งกล่าวอย่างดีใจว่า “ไม่เป็นไร ข้าเดิมพันแบบชนะกระดานเดียว”
……
……
ตอนที่อยู่บนเขาฉีผาน ฝนก็ได้หยุดลงแล้ว
ด้านนอกหน้าต่างไม่มีเสียง เงียบสงัดเป็นยิ่งนัก เหมาะสำหรับการเข้านอน
แต่จิ๋งจิ่วกลับนอนไม่หลับ เขาครุ่นคิดถ