ดท้ายมีความฝืนมากเกินไป เขาเองก็คงไม่มีทางที่จะคว้าโอกาสที่ทำให้ตนเองสามารถหลบหนีได้ตลอดเวลาอันนั้นเอาไว้ได้ หรือถ้าหากถงเหยียนลดความเร็วในการเดินหมากลง ทำให้การประลองครั้งนี้กลายเป็นการประลองระยะยาวหลายสิบวัน การแพ้ชนะของการประลองครั้งนี้ก็คงยังไม่รู้ผล
ดังนั้นเขาจึงรับรู้และเข้าใจถึงความเจ็บปวดในตอนสุดท้ายของถงเหยียน
“เจ้ายังคงเป็นที่หนึ่งในโลก”
จิ๋งจิ่วมองดูกระดานหมาก พลางกล่าวกับถงเหยียน
ในตอนเหยียบลงไปในแม่น้ำใต้ดินที่อยู่ในภูเขาลูกนั้น เขานึกว่าครั้งนี้ตนเองคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนยังคงมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไป ถึงแม้จะน้อยนิดอย่างมากก็ตาม
บางทีอาจจะเป็นเพราะได้สัมผัสกับดินแดนอะไรบางอย่างที่ครั้งที่แล้วไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เลยเกิดความหวั่นไหวหรือ?
จิ๋งจิ่วไม่แน่ใจในจุดนี้ การจะคำนวณการเปลี่ยนแปลงที่เล็กละเอียดที่อยู่ในใจแห่งเต๋านั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป และเขาในตอนนี้ก็เหนื่อยอย่างมากแล้ว
เขาเดินไปริมหน้าต่าง มองดูสวนที่เงียบสงบในยามค่ำคืน ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด อารมณ์ของเขากลับรู้สึกผิดหวังห่อเหี่ยว
อารมณ์เช่นนี้ หรือพูดอีกอย่างคืออารมณ์ทั้งหมด ล้วนแต่เป็นเรื่องที่แทบจะไม่เคยปรากฏขึ้นมาในใจของเขา
ตรงเรือนที่อยู่ด้านหน้าพลันมีเสียงหัวเราะของเด็กและเสียงอุทานตกใจของผู้หญิงดังขึ้นมา จากนั้นก็เป็นเสียง ‘ชู่ว’ ที่ดูค่อนข้างตื่นเต้น ก่อนจะกลับคืนสู่ความเ