บนโลกนี้
……
……
ถงเหยียนลุกขึ้น เดินไปที่ริมริ้ว
เขาทอดมองไปยังทิวทัศน์ด้านนอกภูเขา มองดูอยู่เงียบๆ ครู่หนึ่ง
จากนั้นเขาค่อยๆ ปิดตาลง พร้อมเงยหน้าขึ้น
เมื่อดวงตาปิดลง ก็ย่อมมิได้ให้ความรู้สึกเหมือนมองไม่เห็นหัวผู้อื่นอีก
ขนคิ้วของเขาค่อนข้างเบาบาง
น้ำฝนค่อยๆ ไหลลงมา ไหลผ่านหางตาและใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ดูค่อนข้างขาวซีดของเขา
สายตาของทุกคนเลื่อนจากตัวจิ๋งจิ่วไปยังแผ่นหลังของถงเหยียน นิ่งเงียบมิกล่าวกระไร
ถงเหยียนแพ้แล้ว แต่การที่สามารถเล่นหมากที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดินเช่นนี้ได้ เขาก็สมควรได้รับการเคารพจากทุกคน
ทุกคนรอให้เขาพูดอะไรบางอย่าง
การประลองหมากล้อมในวันนี้ จะกลายเป็นการประลองที่มีชื่อเสียงและเป็นตำนานที่สุดในประวัติศาสตร์
ในเวลานี้ ทุกๆ คำพูด ทุกๆ ความเคลื่อนไหวที่เขามีต่อจิ๋งจิ่วจะถูกจดบันทึกเอาไว้
มิรู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดถงเหยียนก็เอ่ยปากออกมา
เขามิได้หมุนตัว และมิได้ลืมตา คำพูดที่กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติเอ่ยออกมาจากปาก แฝงเอาไว้ความรู้สึกแข็งกร้าวอย่างที่ยากจะบรรยายได้
……
……
ครั้นได้ยินคำพูดประโยคนี้ ทุกคนพลันเกิดความรู้สึกนับถือขึ้นมา
สมแล้วที่เป็นคุณชายถงเหยียน มีทั้งมารยาทและจิตใจ ความรักและความเคารพที่มีต่อวิถีหมากล้อมยังคงทำให้ผู้คนรู้สึกนับถือ
แต่ทุกคนคิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดที่ถงเหยียนอยากพูดจริงๆ นั้นอยู่ข้างหลัง
“แต่จะให้พอใจได้อย่างไรล่ะ?”
เสียงของถงเหยียนสั่น