ท้องฟ้ายามราตรีไร้เมฆ ดวงดาราเองก็มีไม่มาก ลอยนิ่งอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล ดูอ้างว้างโดดเดี่ยว
เดิมทีโลกก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้วอย่างนั้นหรือ?
ไม่ จะใช้คำจำพวกหนาวเย็นหรืออบอุ่นมาบรรยายไม่ได้ เพราะก่อนหน้าที่จะมีมนุษย์ มันก็มิได้มีคำว่าฤดูหนาวฤดูร้อน
ชีวิตมีจำกัด แล้วจะรวมเป็นหนึ่งกับฟ้าดินที่เป็นนิรันดร์ได้อย่างไร
ความตายหรือไม่ก็อมตะ
“มีเพียงดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ถึงจะเป็นอมตะได้สินะ?”
เจ้าล่าเยวี่ยมองดูหมู่ดาวบนท้องฟ้าพลางกล่าวพึมพำ
จิ๋งจิ่วกล่าว “ผู้ที่เป็นอมตะถึงจะเป็นอมตะ”
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงรูปแบบประโยคที่เขาเคยพูดคล้ายๆ กันนี้
การเป็นคนดีทำให้ไร้ศัตรู? ไม่ ผู้ที่ไร้ศัตรูถึงจะไร้ศัตรู[1]
เช่นนั้นทำอย่างไรจึงจะกลายเป็นอมตะ?
“ไม่รู้ เพราะอมตะคือสิ่งที่ไม่อาจพิสูจน์ได้”
จิ๋งจิ่วมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืนพลางกล่าว “แต่ที่โชคดีก็คือ มันไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วย”
เมื่อมองดูใบหน้าด้านข้างของเขา เจ้าล่าเยวี่ยพลันเกิดความรู้สึกนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกที่คล้ายมองเห็นหุบเหวที่ลึกจนยากหยั่งถึง
เห็นๆ อยู่ว่าอยู่ตรงหน้า แต่ก็คล้ายว่าอยู่ไกลแสนไกล ไม่ว่าจะไล่ตามอย่างไรก็ไล่ตามไม่ทัน
การคาดเดาที่น่าเหลือเชื่อที่สุดอันนั้นผุดขึ้นมาในใจของนางอีกครั้ง มาตรว่าคิดอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ความรู้สึกเช่นนี้นางช่างรู้สึกคุ้นเคยจริงๆ
ตั้งแต่เล็ก เมื่อนางรู้ว่าตนเองคือผู้สืบทอดที่นักพรตจิ่งหยางเลือก นางก