หนานว่างเองก็ได้ยินคำพูดของเจ้าล่าเยวี่ย จึงกล่าวว่า “เจ้ามั่นใจ?”
หลายคนต่างทราบดี เมื่อสองปีก่อนเจ้าล่าเยวี่ยได้เข้าสู่สภาวะมิประจักษ์ไปแล้ว ตามหลักไม่มีทางที่จะบรรลุสภาวะอีกครั้งได้รวดเร็วขนาดนี้
แม้นจะเป็นเช่นนี้ แต่ด้วยอายุของนางในตอนนี้ก็ยังถือเป็นอัจฉริยะแห่งการบำเพ็ญพรตที่หาได้ยากยิ่ง
เมล็ดพันธุ์แห่งเต่าแต่กำเนิดนั้นมิธรรมดาจริงๆ
ทว่าเวลาในการบำเพ็ญพรตของนางยังสั้นเกินไป เทียบกับลั่วไหวหนานแล้วยังห่างกันอยู่มาก การลงประลองวิถีพรตนั้นไม่มีโอกาสที่จะคว้าชัยได้เลย
เจ้าล่าเยวี่ไม่แม้แต่จะครุ่นคิด กล่าวว่า “ใช่”
หากไม่มองเรื่องสภาวะ ทั้งสองคนล้วนแต่เป็นเจ้าแห่งยอดเขาของชิงซาน หนานว่างเองก็ไม่สะดวกที่จะกล่าวอะไร จึงทำได้เพียงส่ายศีรษะ ศิษย์คนอื่นเองก็มิกล้าทักท้วงอะไร
ในเวลานี้ บทเพลงของไป๋เจ่าได้จบลงแล้ว
บนลานเหมันต์สงบเงียบ
หลายคนคิดว่า หากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยไม่ส่งศิษย์คนอื่นออกมา เกรงว่าคำวิจารณ์ที่สืบทอดต่อกันมาแสนนานประโยคนั้นคงต้องถูกทำลายลงเสียแล้ว
แต่ในระหว่างนี้เอง ความเงียบบนลานเหมันต์พลันถูกเสียงพูดคุยดังแทรกขึ้นมา
มีข่าวๆ หนึ่งกำลังถูกถ่ายทอดไปบนลานเหมันต์สิบกว่าลานที่อยู่เบื้องบน สร้างความแตกตื่นขึ้นมา
ไม่นานสำนักชิงซานก็ได้รับแจ้งข่าวนี้เช่นกัน