ไม่ใช่แค่เจ้าล่าเยวี่ยเท่านั้น หนานว่างเองก็สนใจในเรื่องนี้เช่นกัน นางกล่าวถามว่า “เหตุใดลั่วไหวหนานกับถงเหยียนยังไม่ปรากฏตัว?”
ศิษย์ชิงซานที่รับผิดชอบเรื่องการติดต่อกับโลกภายนอกกล่าวว่า “ยังมิได้รับแจ้งข่าวมาเจ้าค่ะ”
ถงเหยียนนิสัยยิ่งยโสแปลกประหลาด การที่ไม่ยอมปรากฏตัวนั้นมีความเป็นไปได้อยู่ แต่ลั่วไหวหนานเป็นศิษย์คนแรกของเจ้าสำนักจงโจว งานสำคัญอย่างงานชุมนุมเหมยฮุ่ยนี้ไม่มีทางที่จะไม่ปรากฏตัว
นอกเสียจากจะมีเสียงอะไรที่สำคัญกว่างานชุมนุมเหมยฮุ่ย
ปัญหาคือ ยังจะมีเรื่องอะไรที่สำคัญกว่างานชุมนุมเหมยฮุ่ยอีก?
มีศิษย์ชิงซานคาดเดาขึ้นมา “เขากำลังพยายามบรรลุสภาวะเพื่อลงประลองวิถีพรตหรือเปล่า?”
เยาซงซานส่ายศีรษะ “เขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลย”
จากข้อมูลอันแม่นยำที่เจวี่่ยนเหลียนเหรินปล่อยออกมา ลั่วไหวหนานบรรลุสภาวะจินตานระดับสูงได้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ซึ่งนั่นเทียบเท่ากับสภาวะคเนจรระดับกลางของชิงซาน สภาวะที่ลึกล้ำเช่นนี้ ในบรรดาผู้บำเพ็ญพรตหนุ่มสาวไม่มีใครที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
ต่อให้ขยับมองขึ้นไปด้านบน เนื่องเพราะสงครามกับแคว้นเสวี่ยในตอนนั้น ยอดฝีมือจำนวนมากต้องตายลงไป จึงยากที่จะหาผู้บำเพ็ญพรตวัยกลางคนที่จะเอาชนะเขาอย่างเด็ดขาดได้
“ถ้าหากครั้งนี้ศิษย์พี่ใหญ่มา บางทีอาจจะยังมีหวังอยู่บ้าง”