จัวหรูซุ่ยยังเก็บตัวอยู่ ศิษย์ยอดเขาเหลี่ยงว่างคนอื่นๆ อย่างกั้วหนานซาน กู้หาน เจี่ยนหรูอวิ๋นเนื่องเพราะเหตุผลต่างๆ จึงไม่สามารถเข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยได้
ในบรรดาศิษย์ชิงซานที่มาเข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในครั้งนี้ เจ้าล่าเยวี่ยย่อมต้องเป็นจุดสนใจของทุกคน รองลงมาคือจิ๋งจิ่ว
เพราะพวกเขาเป็นศิษย์สืบทอดของนักพรตจิ๋งหยาง อายุเพียงเท่านี้ก็ได้เป็นอาจารย์รุ่นที่สองของสำนักชิงซาน หากจะพูดถึงประสบการณ์ที่เป็นเหมือนดั่งเทพนิยาย ยังจะมีใครเทียบพวกเขาได้อีก
นอกจากนี้ ยังมีคำพูดอีกสองอย่างที่ทำให้พวกเขายิ่งมีชื่อเสียง
เจ้าล่าเยวี่ยมิสนใจเรื่องการแต่งเนื้อแต่งตัว ตัดผมสั้นอย่างง่ายๆ ยุ่งเหยิงเป็นยิ่งนัก มักจะปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่น เรียกได้ว่าซกมก
ส่วนคำพูดที่เกี่ยวกับจิ๋งจิ่ว ย่อมต้องหมายถึงหน้าตาของเขา
ว่ากันว่าเขารูปงามจนเหมือนมิใช่คน
บางคนบอกว่าเขารูปงามจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
จิ๋งจิ่วยืนอยู่ด้านหลังเจ้าล่าเยวี่ย ดูถ่อมเนื้อถ่อมตนมิตกเป็นเป้าสายตา
แต่ก็เหมือนกับที่เขาเคยบอกเจ้าล่าเยวี่ยเอาไว้ แม้เมฆจะหนาเพียงใดก็ไม่สามารถบดบังดวงอาทิตย์ไปได้ตลอด ยิ่งไปกว่านั้น บนท้องฟ้าเหนือเมืองเจาเกอในวันนี้ไร้ซึ่งก้อนเมฆ
วันนี้มาร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ย เขาไม่สามารถสวมหมวกลี่เม่าได้ แล้วก็ไม่สามารถสวมหน้ากากได้
สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนมองมายัง… ใบหน้าของเขา