ราชวงศ์ตระกูลจิ่งกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งเป็นเวลานานมากแล้ว แต่สถานการณ์กลับมิได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก สำนักชิงซานและสำนักจงโจวยังคงเป็นผู้นำอย่างไม่อาจคัดค้านได้ แม้นจะบอกว่าในช่วงหลายสิบปีมานี้ ศิษย์หนุ่มสาวของสำนักชิงซานตกเป็นรองสำนักจงโจวมาโดยตลอด แต่ผู้บำเพ็ญพรตมีอายุยืนยาว ธรรมวิถียากลำบากและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ใครจะรู้บ้างว่าในอนาคตสถานการณ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร อย่างเช่นหลายปีมานี้ ศิษย์หนุ่มสาวของชิงซานมีศิษย์ที่ยอดเยี่ยมปรากฏขึ้นมาหลายคน อย่างเช่นกั้วหนานซาน อย่างเช่นจัวหรูซุ่ย และแน่นอนว่าต้องมีเจ้าล่าเยวี่ยอยู่ด้วยแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นสำนักชิงซานยังมีผู้บรรลุสภาวะขั้นแหวกทะเลสิบคน บรรลุขั้นทะลวงสวรรค์สองคน ขุมกำลังระดับนี้ ทั่วทั้งแผ่นดินยังมีผู้ใดกล้าไม่ยอมรับ?
ปีที่แล้วหยวนฉีจิงผู้เป็นเจ้าแห่งยอดเขาซั่งเต๋อยืนยันว่าตนเองได้บรรลุเข้าสู่สภาวะขั้นทะลวงสวรรค์ กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อีกคนหนึ่งแห่งแผ่นดินเฉาเทียน
ขณะนั้นอาคันตุกะจากสำนักต่างๆ ได้เดินทางไปยังสำนักชิงซานเพื่อร่วมแสดงความยินดี ขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก
หากมิเป็นเพราะทุกคนต่างรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าสำนักชิงซานและหยวนฉีจิมิค่อยดีเท่าไร เกรงว่าสำนักบำเพ็ญพรตอื่นๆ ที่เหลือคงจะยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเป็นแน่
“สำนักชิงซานมาแล้ว!”
ในสวนดอกเหมยพลันมีเสียงอุทานตกใจดังขึ้นมา