ประสบการณ์ที่เป็นเหมือนดั่งเทพนิยายเช่นนี้ คำวิจารณ์ที่ได้รับกลับมาคือขู่คนเก่งอย่างนั้นหรือ? หมอครุ่นคิดในใจ เจ้าน่ะสิที่ขู่คนเก่ง เขาหยิบเอาสมุดเล่มเล็กเล่มหนึ่งส่งให้จิ๋งจิ่ว จากนั้นมองดูเขาด้วยสายตาที่มีความหมายแฝงเอาไว้ลึกซึ้งพลางกล่าวว่า “นี่คือข้อมูลที่สาม สมุดนี้มีค่าเท่ากับผลึกร้อยก้อน ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะต้องการมัน”
จิ๋งจิ่วรับเอาสมุดมา ครุ่นคิดเล็กน้อยพลางกล่าว “ข้าจะให้ข้อมูลเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง เจ้าล่าเยวี่ยจะเข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยด้วย”
หมอสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ก่อนจะถามเพื่อยืนยันว่า “รายการไหน?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ย่อมต้องเป็นรายการสุดท้าย”
หมอกล่าวว่า “เรื่องของฟางจิ่งเทียนกับซีหวังซุ่น ทันทีที่มีความคืบหน้าจะแจ้งเจ้าไป”
เขามิได้ถามอีกว่าจิ๋งจิ่วคือใคร แล้วก็มิได้ตกลงกับจิ๋งจิ่วว่าควรจะติดต่อกันและกันอย่างไร
หลังจิ๋งจิ่งออกไปแล้ว ผู้ร่วมงานในโรงหมอก็เดินออกมา ก่อนจะส่ายศีรษะพลางกล่าว “มองไม่เห็นหน้าเขา ก็เลยวาดภาพเขาไม่ได้”
หมอกล่าวว่า “มิได้ใช้คันฉ่องโปร่งแสงหรือ?”
ผู้ร่วมงงานกล่าว “ใช้แล้ว หมวกลี่เม่าพอมองทะลุได้ แต่ที่สำคัญคือหน้ากากสีดำบนใบหน้าเขามันค่อนข้างแปลกประหลาด”
หมอครุ่นคิดในใจ น่าจะเป็นของล้ำค่าที่ยอดเขาซื่อเยวี่ยทำขึ้นมา จึงมิได้ซักไซ้อะไรอีก หากแต่กล่าวว่า “เจ้าล่าเยวี่ยจะเข้าร่วมการประลองวิถีพรตในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย”