หลิ่วสือซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “ข้าขอคิดดูก่อน พรุ่งนี้พวกท่านค่อยมาใหม่แล้วกัน”
เว่ยเฉิงจึกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่กลัวตาย แต่อย่าพยายามฆ่าตัวตายล่ะ มิเช่นนั้นคนทั้งหมู่บ้านของเจ้าอาจจะต้องลงไปนอนในหลุมศพเป็นเพื่อนเจ้า รวมไปถึงพ่อแม่ของเจ้าด้วย”
หลิ่วสือซุ่ยจ้องมองดวงตาเขา พลางกล่าว “ที่บอกเล่าเรื่องคนดีคนเลวเมื่อครู่นี้ ความจริงแล้วล้วนแต่เป็นคำพูดโกหกสินะ?”
“นั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าอยากได้ยิน เป็นข้ออ้างที่เจ้าต้องการ ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ เจ้าเพียงแต่ต้องถามตัวเองประโยคหนึ่งว่า — ข้ายอมรับมันได้จริงๆ หรือ?”
กล่าวจบประโยคนี้ เว่ยเฉิงจึและบัณฑิตชราก็หมุนตัวเดินจากไป
……
……
ตกดึก ดวงดาราส่องแสง
หลิ่วสือซุ่ยมองไปนอกหน้าต่างอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่ากำลังถามประโยคนั้นกับตัวเองอยู่หรือเปล่า
ทันใดนั้นเอง เขาพลันลุกขึ้นแล้วเดินไปยังห้องที่อยู่ติดกัน
……
……
มารดาแซ่หลิ่วจับมือเขาไว้ มิรู้ควรกล่าวกระไร
บิดาแซ่หลิ่วถอนใจ ก่อนจะไปหยิบกล่องเล็กๆ กล่องหนึ่งออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของตู้ส่งให้เขา
หลิ่วสือซุ่ยรับเอากล่องมา เมื่อเปิดออกดู พบว่าด้านในคือดอกมะลิดอกหนึ่ง
ดอกมะลิดอกนี้น่าจะถูกพลังอะไรบางอย่างผนึกเอาไว้ สภาพยังคงดูสดใหม่เหมือนเพิ่งเด็ดมา
“คุณชายจิ่วทิ้งสิ่งนี้เอาไว้เมื่อหนึ่งปีกว่าก่อนหน้านี้”