หลิ่วสือซุ่ยปฏิเสธผ้าสี่เหลี่ยมผืนนั้น ใช้มือยันกำแพงพยุงร่างกายลุกขึ้นมา จากนั้นใช้แขนเสื้อเช็ดโลหิต สายตาจ้องมองเว่ยเฉิงจึพลางกล่าว “ไม่ พวกท่านล้วนแต่เป็นคนเลว”
“วิชามิแบ่งแยกดีชั่ว พวกมันล้วนคือมีด ปู้เหล่าหลินเองก็เป็นมีดเล่มหนึ่ง” บัณฑิตชรามองดูเขาพลางกล่าวอย่างอ่อนโยน “เจ้าสามารถใช้มีดเล่มนี้ทำความดี อย่างขุนนางชั่วในเมืองเจาเกอ หรืออย่างเช่นแม่ทัพที่เตรียมจะขายชาติ คนแบบนี้สังหารไปเท่าไร สวรรค์ก็มีแต่จะขอบคุณเจ้า”
หลิ่วสือซุ่ยส่ายศีรษะพลางกล่าว “ข้าไม่เชื่อว่าปู้เหล่าหลินจะมีคนดี”
“หรือสำนักชิงซานล้วนแต่เป็นคนดี? หากเป็นคนดีกันหมด ไฉนเจ้าจึงตกอยู่สภาพนี้ได้? สำนักจงโจวของข้าเองก็มีคนชั่วเช่นกัน”
เว่ยเฉิงจึกล่าวว่า “ปู้เหล่าหลินก็เช่นกัน มีคนดี แล้วก็มีคนชั่ว ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเจ้าอยากจะเป็นคนแบบไหน”
หลิวสือซุ่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “แต่พวกท่านจะพิสูจน์อย่างไร?”
ศิษย์สำนักเสวียนอินได้ยินเช่นนี้จึงรู้สึกหงุดหงิด เขาจ้องหลิ่วสือซุ่ยพลางกล่าว “หากเจ้าไม่ยอมตามพวกข้าไป ข้าจะฆ่าคนในหมู่บ้านให้หมด”
หลิวสือซุ่ยมองดูบัณฑิตชราผู้นั้นพลางกล่าว “ข้าคิดว่าคนแบบนี้กระทั่งสิทธิ์ในการทำความดีก็หาได้มีไม่”
บัณฑิตชรายิ้มเล็กน้อย มิได้กล่าวกระไร
เสียงโผละเบาๆ ดังขึ้น
ฝ่ามือของเว่ยเฉิงจึฟาดไปที่กลางศีรษะของศิษย์สำนักเสวียนอินผู้นั้น