ได้สนใจเขา หากแต่รอคอยคำตอบของไป๋หรูจิ้ง
เจี่ยนหรูซานพลันหัวร่อขึ้นมา ก่อนจะกล่าวเยาะเย้ยว่า “ในเมื่อเจ้าคิดจะเข้าร่วมการทดสอบกระบี่ให้ได้ และข้าก็อยู่ตรงนี้พอดี เช่นนั้นพวกเรามาลองสู้กันดูสักตั้งเป็นอย่างไร?”
เมื่อกล่าวจบประโยคนี้ เขาก็เรียกกระบี่บินของตัวเองออกมา
นั่นคือกระบี่บินที่หลอมขึ้นมาจากทองคำดำ ความยาวสองฉื่อครึ่ง ส่งเสียงดังวูมๆ กำลังสั่นสะเทือนด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองได้ชัดด้วยตาเปล่า
หลิ่วสือซุ่ยพลันโบกมือ
แขนเสื้อเก่าๆ มีเสียงฉีกขาดดังขึ้นมา
ลมพัดกระโชกอย่างรุนแรง
แสงสว่างจำนวนหลายสายพุ่งออกมาจากแขนเสื้อ โบกสะบัดเข้าใส่เจี่ยนหรูซาน
เสียงเคร้งเสียงหนึ่งดังชัดเจน
กระบี่ทองคำดำบินเอียงออกไป
เสียงผัวะๆๆๆ ดังขึ้นมาหลายเสียง
เจี่ยนหรูซานถูกโจมตีจนกระเด็นลอยออกไปหลายสิบจ้าง ร่างกายกระแทกเข้ากับหน้าผา ปากกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีก
บนร่างกายของเขามีรอยแตกปรากฏขึ้นมาหลายรอย ดูชัดเจนอย่างมาก
“พายุกระบี่!”
“กระบี่แยกจาก!”
ในลานประลองมีเสียงอุทานตกใจดังขึ้นมา
อาจารย์บางคนตกใจจนทะลึ่งตัวลุกขึ้นยืน
แม้แต่เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรง สีหน้าก็ยังแปรเปลี่ยนเป็นคร่ำเคร่งขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นพายุกระบี่หรือกระบี่แยกจากก็ล้วนแต่ฝึกฝนได้ยากยิ่ง เพราะมันจำเป็นต้องมีเงื่อนไขที่สำคัญข้อหนึ่งก่อน
ถูกต้อง เจตน์กระบี่หลอมกายาของหลิ่วสือซุ่ยมิใช่ขั้นต้น หากแต่ฝึกสำเร็จไปแล้วถึงเจ็ดส่ว