่าความสัมพันธ์ระหว่างจิ๋งจิ่วและกู้หานนั้นย่ำแย่อย่างมาก
สายตาหลายคู่มองไปยังบริเวณหน้าผาที่เหล่าศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างยืนอยู่
กู้หานยืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง สีหน้าเฉยเมย มองไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
สายตาเซวียหย่งเกอเองก็มองไปทางนั้นเช่นกัน
เมื่อมีสายตาหลายคู่ช่วยปกปิด ก็ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่าในชั่วพริบตาหนึ่ง เขาและกู้หานได้สบตากัน
เซวียหย่งเกอเข้าใจเจตนาของกู้หาน จึงสูดหายใจลึก แล้วก้าวเดินไปยังก้อนหินที่อยู่ในลำธาร
……
……
เซวียหย่งเกอไม่มีความมั่นใจว่าจะเอาชนะกู้ชิงได้
เขาอยู่ในสภาวะสมความนึกคิด แต่อีกฝ่ายบรรลุสภาวะสมความนึกคิดไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว
แต่เขาเชื่อว่าตนเองสามารถรุกรับกับอีกฝ่ายได้ และทำให้เหล่าอาจารย์ที่อยู่บนหน้าผาได้เห็นความก้าวหน้าของตนเอง ขณะเดียวกันก็เป็นการพิสูจน์ว่าสภาวะการบำเพ็ญเพียรของกู้ชิงนั้นหยุดนิ่งไม่ไปไหน
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีแผนการแอบซ่อนไว้อยู่ หากกู้ชิงประมาทศัตรู ไม่แน่เขาอาจจะเอาชนะได้จริงๆ ก็เป็นได้ อย่างนั้นไม่เท่ากับว่าเขาจะกลายเป็นจุดสนใจในงานชุมนุมวันนี้หรอกหรือ?
เซวียหย่งเกอเรียกกระบี่บินออกมา สายตาจับจ้องไปยังกู้ชิงที่อยู่ตรงข้าม พลางกล่าวว่า “เชิญ”
พอสิ้นเสียง กระบี่บินก็แหวกอากาศออกไปกลายเป็นเงาลางๆ สายหนึ่ง พุ่งตรงเข้าไปหากู้ชิง
เขาเตรียมตัวเอาไว้แล้วว่าควรจะรับมืออย่างไรหากกู้ชิงขี่กระบี่บินหลบหรือว่าปล่อยกระบี่โจมตีกลับ
แต่ภาพเหตุการ