ันคิดว่าเขายังมีชีวิตอยู่?”
จิ๋งจิ่วยังคงไม่ตอบคำถามนี้
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “อย่างนั้นพวกเราจะเข้าร่วมงานเลี้ยงซื่อไห่ไหม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าไม่เป็นศิลปะทั้งสี่”
เจ้าล่าเยวี่ยรู้สึกแปลกใจ กล่าวถามว่า “มีเรื่องที่เจ้าทำไม่เป็นด้วยหรือนี่?”
จิ๋งจิ่วคิดในใจ กาลก่อนนั้นไม่มีเวลา แล้วก็มิได้สนใจในเรื่องนี้ ตอนที่อยู่ในหมู่บ้านก็ไม่มีคนเล่นสิ่งเหล่านี้
เขาถามว่า “เจ้าเป็นไหม?”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ก่อนกล่าวว่า “ตอนยังเด็กเคยเรียนอยู่ไม่กี่วัน มิได้สนใจอะไร”
ขณะที่พูดคุยกัน พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าร่องรอยของตนเองได้ถูกกรมชิงเทียนพบเข้าแล้ว
ในเมืองไห่โจวอย่างน้อยก็มีดวงตานับหลายร้อยคู่คอยจับตามองตามโรงเตี๊ยมและศาลเจ้าเทพทะเลต่างๆ เอาไว้อยู่ เป้าหมายใดๆ ก็ตามที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยล้วนไม่มีทางคลาดสายตา
พวกเขาซึ่งสวมหมวกลี่เม่าย่อมต้องดึงดูดความสนใจเป็นอย่างมาก จากนั้นก็ถูกกรมชิงเทียนยืนยันว่าเป็นเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
เวลากลางดึก บริเวณรอบๆ โรงเตี๊ยมมีไอพลังบางๆ คล้ายมีคล้ายไม่มีปรากฏขึ้นนับหลายสิบสาย ไอพลังเหล่านั้นคือผู้บำเพ็ญพรตที่มาจากสถานที่ต่างๆ ของแผ่นดิน
ผู้บำเพ็ญพรตเหล่านั้นเว้นระยะห่างระหว่างกันหลายสิบจ้าง กลายเป็นเหมือนตาข่ายตาห่างๆ ล้อมโรงเตี๊ยมเอาไว้ตรงใจกลางของตาข่าย
กระบี่บินเล่มหนึ่งลอยนิ่งๆ อยู่ในหมู่เมฆยามค่ำคืน
บนบันทึกคดีเขียนระบุเอาไว้อย่าง