านี้เอง ประตูเรือนพลันถูกผลักออก คนสวมหมวกลี่เม่าสองคนเดินเข้ามา
จั๋วอวี๋สื่อหรี่ตาเล็กน้อย กล่าวว่า “พวกเจ้าคือใคร?”
ในขณะที่พูด เขาก็เคลื่อนพลังเตรียมพร้อมโจมตีทุกเมื่อ
หมวกลี่เม่ามิใช่ผ้าสีเทา แต่มันก็สามารถปิดบังใบหน้าได้เช่นเดียวกัน
สองคิ้วของเยาซงซานเลิกขึ้นเล็กน้อยดุจกระบี่ คล้ายพร้อมจะพุ่งออกไปทุกเมื่อ
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตน์กระบี่ที่แผ่ออกมาจากตัวศิษย์พี่ หลินอิงเหลียงพลันได้สติขึ้นมา เขามองไปทางสองคนที่เดินเข้ามาในเรือน รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่มิได้ลนลาน และมิได้มีความหวาดกลัว มือขวาค่อยๆ กุมด้ามกระบี่ เตรียมพร้อมที่จะปลดลงมาทุกเมื่อ ในใจครุ่นคิด คนชั่วสองคนนี้กล้ามาหาถึงที่ ช่างรนหาที่ตายจริงๆ
หนึ่งชายหนึ่งหญิง? หนึ่งสูงหนึ่งเตี้ย? เมื่อมองดูคนสวมหมวกลี่เม่าสองคนนั้น ความรู้สึกแปลกๆ ภายในใจเยาซงซานก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
เขามิได้ออกกระบี่ สายตาจ้องมองอีกฝ่ายพลางกล่าวถามว่า “พวกเจ้าคือใครกันแน่?”
หญิงสาวที่ร่างกายค่อนข้างเตี้ยมิได้ปลดหมวกลี่เม่าออก นางเพียงแต่ยื่นมือออกมาวาดขึ้นลงตรงด้านหน้า
สีหน้าเยาซงซานแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดอย่างมากทันที
สมณะแก่แห่งวัดกั่วเฉิงเข้าใจดี ทราบว่ามิต้องกังวลอะไร จึงยิ้มเล็กน้อยพลางพยักหน้าทักทาย จากนั้นลากศิษย์หลานที่มีสีหน้าตื่นเต้นกลับเข้าห้องตัวเอง
จั๋วอวี๋สื่อมิทราบถึงสถานการณ์โดยละเอียด แต่เขาก็พอจะรู้อะไรบางอย่าง จึงยิ้มพลางโบกมือ จาก