เจ้าล่าเยวี่ยคิดในใจตนเองไม่เห็นร่องรอยของข่ายพลังใดๆ บนยอดเขาเสินม่อ กระทั่งกลิ่นอายแม้เพียงเล็กน้อยนิดก็ไม่มี
“หมอกควันจางหาย คือชื่อของข่ายพลังนั้น”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่มีทางทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “หมอกควันจางหาย…ชื่อนี้ฟังดูมิเป็นมงคล”
จิ๋งจิ่วกล่าว “สำหรับผู้ที่ยังอยู่บนโลกนี้ การบรรลุกลายเป็นเซียนของผู้บำเพ็ญพรตก็คือความตาย เดิมก็มิใช่เรื่องที่น่ายินดีอะไร”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบไปครู่ กล่าวว่า “หรือปรมาจารย์อาบรรลุกลายเป็นเซียน ยอดเขาทั้งเก้าของชิงซานไม่มีผู้ใดรู้สึกยินดีเลย”
จิ๋งจิ่วมิกล่าวกระไร
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวว่า “หากวัตถุดิบไม่มีปัญหา อย่างนั้นข่ายพลังจะเกิดปัญหาได้อย่างไร?”
“บางที…ข่ายพลังที่นักพรตจิ่งหยางเรียนมาตั้งแต่เมื่อครั้งอดีตมันคงจะผิดกระมัง”
จิ๋งจิ่วยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว
รอยยิ้มของเขาดูค่อนข้างจืดจาง
……
……
จิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ยออกมาจากเมืองเฉาหนาน เดินทางผ่านเทือกเขา มิรู้ตนเองอยู่ที่ใด
ทางฝั่งชิงซาน ในที่สุดหลิวสือซุ่ยก็ได้สติขึ้นมาแล้ว ผิวหนังอันร้อนผ่าวฟื้นคืนสู่อุณหภูมิปกติ จิตใจมิได้รับการกระทบกระเทือน ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในตอนที่เขามองดูตัวเองในคันฉ่อง บางครั้งจะมีสีแดงอันน่าเย้ายวนปรากฏขึ้นมาในส่วนลึกของดวงตาเขา
วันที่สอง หลิวสือซุ่ยถูกส่งเข้าไปยังคุกกระบี่ ผู้อาวุโสไป๋หรูจิ้งจะโกรธเกรี้ยวอย่างไรก็ไม่สามารถเปล